การเดินทางสู่รากเหง้าของอาณาจักรจามปา
ฉันได้มีโอกาสเดินทางไปยังชายฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม เพื่อสำรวจร่องรอยของอาณาจักรจามปา ซึ่งเป็นอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองและทรงอิทธิพลมายาวนานกว่า 1,600 ปี สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือเทคนิคการก่ออิฐที่ซับซ้อนและงดงามเกินกว่าจะจินตนาการได้ว่าคนในยุคโบราณสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ประณีตเช่นนี้ได้อย่างไร กำแพงหินและอิฐที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งวัฒนธรรมที่ผสมผสานความเชื่อทางศาสนาฮินดูเข้ากับวิถีชีวิตของนักเดินเรือผู้กล้าหาญ
จากตำนานสู่ความเป็นจริง: ชาวจามปาผู้เชี่ยวชาญแห่งท้องทะเล
ตามตำนานเล่าขาน อาณาจักรจามปาถือกำเนิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ลอยมากับคลื่นและลมทะเล ชาวจามโบราณเป็นกลุ่มนักเดินเรือที่พูดภาษาในกลุ่มออสโตรนีเซียน ซึ่งอพยพมาจากเกาะไต้หวันเมื่อกว่า 3,000 ปีก่อน พวกเขาขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไปจนถึงอินโดนีเซีย ก่อนจะเข้ามาตั้งรกรากในเวียดนามเมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล ความเก่งกาจในการต่อเรือขนาดใหญ่ที่มีความยาวกว่า 50 เมตร ทำให้พวกเขากลายเป็นมหาอำนาจทางการค้าที่เชื่อมต่อโลกโบราณเข้าด้วยกัน
วิถีชีวิตและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่คงทน
ฉันได้ลองสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพื้นเมืองที่ยังคงใช้เรือตะกร้าสานจากไม้ไผ่และเปลือกมะพร้าว ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อเจาะลึกไปถึงโบราณสถานอย่างป้อมปราการในศตวรรษที่ 4 ฉันพบว่าชาวจามปามีเทคโนโลยีการก่ออิฐที่น่าทึ่ง อิฐที่มีรูพรุนช่วยระบายความชื้น ทำให้กำแพงคงทนอยู่ได้นานหลายศตวรรษ รวมถึงการใช้ยางไม้จากต้นอะควิลาเรียมาเป็นวัสดุเชื่อมประสาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความฉลาดในการใช้วัสดุธรรมชาติเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับโครงสร้าง
ร่องรอยการค้าและศิลปะชั้นสูง
จากการสำรวจซากเรืออับปางที่กู้ขึ้นมาได้จากก้นทะเลจามปา ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 9 หรือ 10 ฉันได้พบหลักฐานของสินค้าล้ำค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาจากจีนหรือสินค้าหรูหราสำหรับตลาดอิสลาม สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่าอาณาจักรจามปาคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล ในส่วนของวิหารมิซอน ซึ่งเป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ ฉันได้เห็นความประณีตของการแกะสลักหินที่จำลองภาพลักษณ์ของกษัตริย์ให้ดูดั่งเทพเจ้าพระศิวะ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดทางการเมืองที่กษัตริย์คือผู้พิทักษ์และเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
มรดกที่ยังมีลมหายใจ
แม้ว่าอาณาจักรจามปาจะล่มสลายลงและตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรเวียดนามในปี 1832 แต่มรดกของพวกเขายังคงได้รับการสืบทอดผ่านกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ชาวเจไร ที่ยังคงรักษาประเพณีการเต้นรำ ภูมิปัญญาการทอผ้าแบบสายรัดหลัง และความเชื่อเรื่องการบูชาธรรมชาติเอาไว้ ฉันประทับใจมากที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ อย่างเช่นศิลปินวัย 27 ปี ที่นำความภูมิใจในรากเหง้าของชาวจามมาผสมผสานกับการแสดงออกในยุคปัจจุบัน เพื่อให้เรื่องราวของอาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่แห่งนี้ไม่ถูกลืมเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์โลก
ที่มา : youtube channel CNA Insider
