P
ITBlock - Wealth

โปะบ้านให้หมดไว ดีจริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อทางการเงินที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินหลักล้าน

โปะบ้านให้หมดไว ดีจริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อทางการเงินที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินหลักล้าน

ไขความเชื่อเรื่องการโปะบ้านที่อาจทำให้คุณพลาดโอกาสสร้างความมั่งคั่ง

ความเชื่อที่ว่าการไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐนั้นฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังผ่อนบ้านหรือคอนโด มักจะได้รับคำแนะนำให้รีบโปะเงินเพื่อปิดยอดหนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อประหยัดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม พอล ภัทรพล จากรายการ Money Matters ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่า การรีบโปะบ้านจนหมดเร็วเกินไปอาจทำให้คุณสูญเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนมหาศาลจากการลงทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินในวัยเกษียณอย่างคาดไม่ถึง

โปะบ้านให้หมดไว ดีจริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อทางการเงินที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินหลักล้าน - บทความจาก ITBlockman

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: การผ่อนปกติ vs การโปะให้หมดไว

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุด ผู้บรรยายได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ของชายวัย 30 ปี ที่กู้ซื้อบ้านในราคา 4 ล้านบาท โดยมียอดกู้ประมาณ 3 ล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี หากเลือกระหว่างการผ่อนตามระยะเวลาปกติ 30 ปี กับการเพิ่มเงินโปะเพื่อปิดยอดหนี้ภายใน 15 ปี แม้การโปะจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 1 ล้านบาท แต่หากนำเงินส่วนต่างที่ต้องเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนไปลงทุนในกองทุนดัชนีอย่างถูกวิธี ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันอย่างมหาศาล

โปะบ้านให้หมดไว ดีจริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อทางการเงินที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินหลักล้าน - บทความจาก ITBlockman

พลังของดอกเบี้ยทบต้นและต้นทุนค่าเสียโอกาส

หากคุณนำเงินส่วนต่างที่ตั้งใจจะนำไปโปะบ้าน ประมาณ 9,000 บาทต่อเดือน ไปลงทุนในกองทุนดัชนีที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 30 ปี เมื่อถึงวัยเกษียณ (อายุ 60 ปี) คุณจะมีเงินก้อนโตถึง 13 ล้านบาท ในขณะที่การเลือกโปะบ้านจนหมดภายใน 15 ปี อาจทำให้คุณประหยัดดอกเบี้ยได้เพียง 1.3 - 1.4 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับเงิน 13 ล้านบาทที่ควรจะได้จากการลงทุน จะเห็นได้ว่านั่นคือค่าเสียโอกาสที่คุณต้องจ่ายไปจากการเลือกปิดหนี้เร็วเกินไป

โปะบ้านให้หมดไว ดีจริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อทางการเงินที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินหลักล้าน - บทความจาก ITBlockman

กลยุทธ์การจัดการหนี้และสร้าง Passive Income

แหล่งข่าวแนะนำว่า เมื่อถึงวัยเกษียณและมีเงินเก็บจากการลงทุน 13 ล้านบาท หากนำไปลงทุนต่อในสินทรัพย์ที่ให้ปันผลประมาณ 5% ต่อปี คุณจะมี Passive Income เข้ามาถึง 650,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 54,000 บาทต่อเดือน โดยที่ไม่จำเป็นต้องแตะเงินต้นเลย นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ที่เข้าใจกลไกทางการเงินกับผู้ที่ไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ รายได้ที่มั่นคง เงินสำรองฉุกเฉินที่เพียงพอ และวินัยในการลงทุนอย่างเคร่งครัด

โปะบ้านให้หมดไว ดีจริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อทางการเงินที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินหลักล้าน - บทความจาก ITBlockman

บทสรุป: ไม่มีผิดไม่มีถูก อยู่ที่เป้าหมายชีวิต

ท้ายที่สุด การเลือกระหว่างการรีบโปะบ้านให้หมดหรือการเก็บเงินไปลงทุนไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว หากเป้าหมายของคุณคือความสบายใจที่ไม่มีภาระผูกพัน การโปะบ้านให้หมดก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่หากเป้าหมายคือการสร้างความมั่งคั่งเพื่ออิสรภาพทางการเงินในวัยเกษียณ การเลือกผ่อนตามเกณฑ์ปกติแล้วนำเงินส่วนเกินไปลงทุนอย่างสม่ำเสมออาจเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์มากกว่า ทั้งนี้ควรพิจารณาถึงความเสี่ยงส่วนบุคคลและสภาวะเศรษฐกิจประกอบการตัดสินใจเสมอ

โปะบ้านให้หมดไว ดีจริงหรือ? เจาะลึกความเชื่อทางการเงินที่อาจทำให้คุณสูญเสียเงินหลักล้าน - บทความจาก ITBlockman

ที่มา : youtube channel Paul Pattarapon พอล ภัทรพล

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!