ทำไมเงินในกระเป๋าของคุณถึงมีค่าน้อยลงทุกวัน
คุณเคยสังเกตไหมว่าทำไมราคาทองคำ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลกถึงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่เงินสดในบัญชีธนาคารของคุณกลับมีอำนาจซื้อลดลงเรื่อยๆ คำตอบไม่ได้อยู่ที่ราคาของสินทรัพย์เหล่านั้นแพงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่มูลค่าของเงินดอลลาร์หรือเงินสดที่คุณถืออยู่นั้นกำลังเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วจากการถูกพิมพ์เพิ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างไร้ขีดจำกัด
กลไกการเสกเงินของธนาคารและภาครัฐ
ในปัจจุบันระบบการเงินของเราถูกขับเคลื่อนด้วยสองกลุ่มอำนาจหลัก กลุ่มแรกคือธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสามารถสร้างเงินขึ้นมาใหม่ได้ทุกครั้งที่มีการอนุมัติสินเชื่อ เพียงแค่กดตัวเลขบนคีย์บอร์ด เงินก้อนนั้นก็ถูกโอนเข้าบัญชีผู้กู้ทันที โดยธนาคารมีเงื่อนไขเพียงแค่ต้องสำรองเงินสดไว้บางส่วนเท่านั้น และเมื่อคุณผ่อนชำระเงินกู้จนครบ เงินก้อนนั้นก็จะสลายหายไปจากระบบ ในขณะที่กลุ่มที่สองคือรัฐบาลและนักการเมืองที่มักใช้จ่ายเกินงบประมาณเสมอ พวกเขาจึงเลือกกู้เงินจากธนาคารกลางผ่านการพิมพ์ธนบัตรใบใหม่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ชัดเจนที่สุดในปี 2020 เมื่อธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดตัดสินใจอัดฉีดเงินมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ปริมาณเงินดอลลาร์ในโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เปรียบเทียบผลตอบแทนจากการออมและลงทุน
ลองจินตนาการว่าคุณมีเงิน 10000 ดอลลาร์ตั้งแต่ปี 1975 หากคุณเก็บเงินก้อนนี้ไว้ในกระปุกออมสินเฉยๆ จนถึงปัจจุบัน มูลค่าของมันก็ยังคงเป็น 10000 ดอลลาร์เท่าเดิม แต่อำนาจซื้อของมันกลับหายไปมหาศาลเมื่อเทียบกับราคาสินค้าในปัจจุบัน แต่ถ้าหากคุณนำเงินจำนวนเดียวกันนั้นไปลงทุนในทองคำ มูลค่าของมันจะเติบโตเป็นประมาณ 200000 ดอลลาร์ หรือหากนำไปลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้น S&P 500 เงินก้อนนั้นอาจงอกเงยกลายเป็นเงินถึง 2.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการถือเงินสดเพียงอย่างเดียวคือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดในระบบเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน
ใครกันที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ระบบการเงินในปัจจุบันสร้างผู้ชนะและผู้แพ้อย่างชัดเจน กลุ่มผู้ที่เสียเปรียบที่สุดคือคนธรรมดาที่มีรายได้น้อยและไม่สามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ได้ พวกเขาต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งแซงหน้าเงินเดือน ค่าครองชีพ ค่าอาหาร และค่าเช่าบ้านที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ช่องทางในการสร้างความมั่งคั่งกลับอยู่ไกลเกินเอื้อม กลุ่มคนเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการพิมพ์เงินเพิ่มของธนาคารกลาง ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบมองไม่เห็นจุดจบ
สรุปทางรอดในยุคที่เงินด้อยค่า
เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าระบบถูกออกแบบมาให้มีการพิมพ์เงินเพิ่มอยู่ตลอดเวลา การวางแผนทางการเงินจึงไม่ใช่แค่การออมเงิน แต่คือการหาทางรักษาอำนาจซื้อด้วยการเปลี่ยนเงินสดให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทองคำ หุ้น หรือสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เงินก้อนที่หามาได้ด้วยความยากลำบากถูกกัดกินด้วยภาวะเงินเฟ้อ คำถามสำคัญคือพวกเราจะร่วมกันเรียกร้องความยุติธรรมในระบบการเงินนี้ได้อย่างไร หรือเราควรปรับตัวให้เข้ากับเกมที่ธนาคารกลางเป็นผู้กำหนดนี้ให้ได้ดีที่สุดก่อนที่จะสายเกินไป
ที่มา : youtube channel Sprouts ประเทศไทย
