L
ITBlock - Lifestyle

เปิดโลกเจลาโต้ (Gelato) 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับของหวานระดับ Ultra Smooth

เปิดโลกเจลาโต้ (Gelato) 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับของหวานระดับ Ultra Smooth

เจลาโต้คืออะไรและมีจุดเริ่มต้นมาจากไหน

เจลาโต้ถือเป็นของหวานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแม้จะไม่มีใครสามารถระบุตัวตนของผู้คิดค้นคนแรกได้อย่างชัดเจน 100% ก็ตาม แต่หากย้อนกลับไปในอดีต มนุษย์รู้จักการบริโภคของหวานแช่เย็นมานานหลายพันปี ทั้งในสมัยเปอร์เซีย กรีก และโรมันโบราณ โดยการนำหิมะจากยอดเขามาผสมกับน้ำผึ้ง น้ำผลไม้ หรือไวน์เพื่อคลายร้อน อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่นักประวัติศาสตร์อาหารให้ความสนใจคือปี 1565 เมื่อชาวอิตาลีชื่อว่า แบร์นาร์โด บวนตาเลนตี (Bernardo Buontalenti) ได้คิดค้นสูตรของหวานแช่เย็นพิเศษเพื่อเสิร์ฟในงานเลี้ยงราชวงศ์และโอกาสสำคัญของอิตาลี โดยมีส่วนผสมหลักคือ นม ครีม ไข่ และน้ำตาล ซึ่งให้เนื้อสัมผัสเนียนละเอียดใกล้เคียงกับเจลาโต้ในปัจจุบันมากที่สุด จนหลายคนยกย่องให้เขาเป็นบิดาแห่งเจลาโต้ ต่อมาในช่วง 95 ปีหลังจากนั้น ฟรานเชสโก โปรโคลปีโอ เด โคลเตลลี ได้นำเจลาโต้ไปเปิดขายที่คาเฟ่ของเขาในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั่วยุโรปรู้จักของหวานชนิดนี้ ก่อนจะพัฒนาไปสู่ไอศกรีมสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคยกันในที่สุด

เปิดโลกเจลาโต้ (Gelato) 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับของหวานระดับ Ultra Smooth - บทความจาก ITBlockman

ความแตกต่างระหว่างเจลาโต้และไอศกรีมทั่วไป

หลายคนมักสงสัยว่าเจลาโต้ต่างจากไอศกรีมทั่วไปอย่างไร ในทางวิทยาศาสตร์อาหารมีความแตกต่างหลักๆ อยู่ 4 ประการ ประการแรกคือปริมาณไขมัน เจลาโต้มีไขมันนมอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 9 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ไอศกรีมทั่วไปมีไขมันสูงถึง 10 ถึง 18 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รสชาติวัตถุดิบในเจลาโต้ เช่น ถั่ว ช็อกโกแลต หรือผลไม้ มีความเด่นชัดมากกว่า ประการที่สองคือปริมาณอากาศ เจลาโต้จะถูกปั่นด้วยความเร็วต่ำกว่า ทำให้มีอากาศเข้าไปน้อยกว่า ได้เนื้อสัมผัสที่แน่น หนึบ และเนียนนุ่ม ประการที่สามคืออุณหภูมิในการเสิร์ฟ เจลาโต้จะเสิร์ฟที่อุณหภูมิประมาณ -6 ถึง -12 องศาเซลเซียส ซึ่งอุ่นกว่าไอศกรีมทั่วไปที่มักเสิร์ฟที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ทำให้เจลาโต้ละลายเร็วกว่า และประการสุดท้ายคือการจัดเก็บ เจลาโต้ส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือที่ผลิตแบบวันต่อวัน จึงมีการใส่สารคงตัวน้อยและไม่มีสารกันเสีย ต่างจากไอศกรีมทั่วไปที่สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานกว่า

เปิดโลกเจลาโต้ (Gelato) 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับของหวานระดับ Ultra Smooth - บทความจาก ITBlockman

ทำไมเจลาโต้ถึงมีราคาสูงและมีปริมาณน้อย

เหตุผลที่เจลาโต้มีราคาสูงและได้ปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับไอศกรีมทั่วไป มาจากต้นทุนการผลิตที่สูงกว่ามาก เนื่องจากผู้ผลิตต้องการเน้นกลิ่นและรสชาติให้ชัดเจนที่สุด โดยใช้เฉพาะวัตถุดิบเกรดพรีเมียม เช่น เมล็ดกาแฟจากไร่ฟินกา เอล อินเฮียร์โต ในกัวเตมาลาที่มีราคาสูงถึง 4,000 ถึง 20,000 บาทต่อกิโลกรัม หรือมัทฉะจากผู้ผลิตชื่อดังในญี่ปุ่นที่มีราคาสูงถึง 50,000 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ ความสดใหม่ที่ต้องผลิตวันต่อวันทำให้มีต้นทุนด้านเวลาและแรงงานสูงกว่าการผลิตไอศกรีมแบบอุตสาหกรรมในคราวละมากๆ ส่วนเรื่องปริมาณที่ดูน้อยนั้น เป็นเพราะชาวอิตาลีมองว่าเจลาโต้คือของหวานไม่ใช่เมนูหลัก จึงเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ และด้วยความที่มีเนื้อสัมผัสแน่นจากอากาศที่น้อยกว่า ทำให้ผู้บริโภครู้สึกอิ่มได้เร็วกว่านั่นเอง

เปิดโลกเจลาโต้ (Gelato) 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับของหวานระดับ Ultra Smooth - บทความจาก ITBlockman

ความแตกต่างระหว่างอาร์ติซานเจลาโต้และแมสโปรดักส์

ปัจจุบันเราสามารถแบ่งเจลาโต้ได้เป็น 2 รูปแบบหลัก คือ อาร์ติซานเจลาโต้ (Artisan Gelato) ซึ่งเป็นร้านที่ผลิตสดใหม่วันต่อวัน มีความเป็นศิลปะสูง ปรับสูตรตามฤดูกาล และขายที่หน้าร้านเป็นหลัก อีกแบบคือ แมสโปรดักส์เจลาโต้ (Mass Produce Gelato) ที่ผลิตจากโรงงานในปริมาณมหาศาลเพื่อวางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมีจุดเด่นที่ราคาถูกกว่าจากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และการใส่สารคงสภาพหรือสารกันเสียเพื่อให้ขนส่งง่ายและเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น ทำให้เจลาโต้ประเภทนี้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า

เปิดโลกเจลาโต้ (Gelato) 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับของหวานระดับ Ultra Smooth - บทความจาก ITBlockman

อิตาลี ดินแดนแห่งเจลาโต้และตลาดระดับโลก

อิตาลีถือเป็นศูนย์กลางเจลาโต้ของโลกทั้งในแง่ของบ้านเกิดและมูลค่าตลาด โดยข้อมูลจากงาน SIGEP World ปี 2025 ระบุว่าในอิตาลีมีร้านที่ขายเจลาโต้รวมกันกว่า 39,000 แห่ง มียอดขายรวม 600 ล้านเสิร์ฟต่อปี คิดเป็นมูลค่าตลาดสูงถึง 118,500 ล้านบาท สำหรับในภาพรวมยุโรปมีร้านค้าที่ขายเจลาโต้รวมกันกว่า 66,000 แห่ง สร้างงานมากกว่า 300,000 ตำแหน่ง และมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 447,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังกำหนดให้วันที่ 24 มีนาคมของทุกปีเป็นวันเจลาโต้อีกด้วย

เปิดโลกเจลาโต้ (Gelato) 10 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับของหวานระดับ Ultra Smooth - บทความจาก ITBlockman

รสชาติเหนือจินตนาการและการแข่งขันระดับโลก

เสน่ห์ที่สำคัญของเจลาโต้คือความสามารถในการรังสรรค์รสชาติที่หลากหลายและไม่คาดคิด เช่น รสกระเทียม รสวาซาบิผสมใบชิโส รสแตงกวา หรือรสข้าวคั่ว ซึ่งขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของเชฟแต่ละคน นอกจากนี้ในวงการเจลาโต้ยังมีการแข่งขัน Gelato World Cup ที่จัดขึ้นทุก 2 ปีในงาน SIGEP World ที่อิตาลี เพื่อเฟ้นหาทีมทำเจลาโต้และขนมหวานที่เก่งที่สุด โดยวัดกันทั้งทักษะ เทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ และความสวยงามทางศิลปะ โดยแชมป์โลกปีล่าสุดในปี 2026 คือทีมจากประเทศสิงคโปร์

เจลาโต้ที่แพงที่สุดในโลก

ปิดท้ายด้วยเจลาโต้ที่แพงที่สุดในโลกตามการรับรองของ Guinness World Records คือเมนูชื่อ เบียคคุยะ (Byakuya) จากแบรนด์ Cellato ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเสิร์ฟในปริมาณ 130 กรัม แต่มีราคาสูงถึง 180,000 บาท สาเหตุมาจากวัตถุดิบหายากอย่างเห็ดทรัฟเฟิลขาวจากเมืองอัลบา ประเทศอิตาลี ซึ่งมีราคาสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาทต่อกิโลกรัม ประกอบกับการใช้เวลาพัฒนาสูตรนานถึง 1 ปีเพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด และไม่ใช่แค่มีเงินก็ซื้อได้ แต่ต้องรอรอบจองผ่านเว็บไซต์ที่มีให้เลือกเพียงไม่กี่ครั้งต่อปีเท่านั้น

ที่มา : youtube channel LUPAS - ลูปัส

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!