จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ความเชื่อมั่น
วงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทยต้องเผชิญกับคลื่นลมแรงอีกครั้ง เมื่อเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับ Bitkub Exchange ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนผ่านการกล่าวโทษจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ย้อนกลับไปในปี 2564 Bitkub เคยเป็นดาวเด่นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสตาร์ทอัปยูนิคอร์นตัวแรกๆ ของไทย ด้วยมูลค่าบริษัทที่ประเมินไว้สูงถึง 35,000 ล้านบาท เมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBX) เคยประกาศแผนการเข้าถือหุ้นสัดส่วน 51% ด้วยมูลค่ากว่า 17,850 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนทั่วประเทศในขณะนั้น
เหตุการณ์จารกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกปกปิด
ท่ามกลางความรุ่งโรจน์ กลับมีเหตุการณ์ที่ถูกซ่อนไว้เบื้องหลัง เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ระบบของ Bitkub Exchange ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้ากว่า 16 สกุล รวมมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาทถูกขโมยออกไปจากระบบ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเลือกที่จะไม่เปิดเผยความจริงทันที แต่กลับดำเนินการแจ้งข้อมูลเท็จต่อ ก.ล.ต. ต่อเนื่องนานกว่า 5 เดือน จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 โดยอ้างว่าสินทรัพย์ของลูกค้ายังคงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์
เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจที่กลายเป็นความผิดทางอาญา
คุณสกลกร สกลกวี ผู้บริหารระดับสูงในขณะนั้น ออกมายอมรับภายหลังว่าการตัดสินใจปกปิดข้อมูลดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความกังวลเรื่องภาวะแบงก์รัน (Bank Run) หรือสถานการณ์ที่ลูกค้าแห่ถอนเงินพร้อมกันจนอาจนำไปสู่ความล่มสลายของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางการเงิน หาก Bitkub ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้เก็บรักษาทรัพย์สินโดยไม่นำไปปล่อยสินเชื่อต่อเหมือนธนาคาร การมีเงินเพียงพอมาเติมเต็มส่วนที่หายไปในทันทีจะสามารถป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวได้ ซึ่งเรื่องนี้สร้างคำถามตามมาว่า ในขณะนั้นบริษัทอาจยังไม่มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นทันทีหรือไม่
การตรวจสอบจาก ก.ล.ต. และจุดจบของดีลใหญ่
ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก.ล.ต. ได้ดำเนินการตรวจสอบและลงโทษ Bitkub ในหลายประเด็น ทั้งกรณีการออกเหรียญ KUB ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ การสร้างปริมาณการซื้อขายเทียมในกระดาน และการใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อเหรียญก่อนการประกาศดีลกับ SCBX ส่งผลให้ในวันที่ 25 สิงหาคม 2565 ทาง SCBX ได้ประกาศยกเลิกแผนการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าประเด็นคงค้างทางกฎหมายและการตรวจสอบจาก ก.ล.ต. ทำให้เกิดความไม่แน่นอนสูงเกินไป
บทสรุปและคำถามสำคัญในสังคม
เหตุการณ์ครั้งนี้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้สังคมได้ขบคิดว่า หากเราเป็นเจ้าของธุรกิจและมีสินทรัพย์ของผู้อื่นสูญหายไป เราควรเลือกที่จะเปิดเผยความจริงในทันทีเพื่อความโปร่งใส หรือเลือกที่จะแบกรับความลับไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพจนกว่าจะหาทางแก้ไขได้สำเร็จ ซึ่งบทเรียนนี้ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในโลกยุคดิจิทัลว่า ความเชื่อมั่นนั้นสร้างยากแต่ทำลายได้ง่ายเพียงชั่วข้ามคืน
ที่มา : youtube channel ลงทุนแมน
