ก้าวใหม่ของเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองและคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันโลกกำลังจับตามองการพัฒนาเทคโนโลยี Brain-Computer Interface หรือ BCI อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการสื่อสารโดยตรงระหว่างสมองมนุษย์กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยการถอดรหัสสัญญาณไฟฟ้าจากเซลล์ประสาทเพื่อควบคุมอุปกรณ์ภายนอก แม้ในอดีตสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้นำในการวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีนี้ แต่ในปัจจุบันประเทศจีนกำลังเร่งเครื่องพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อนำเทคโนโลยีนี้เข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว
การทำงานของ BCI และบทบาทของปัญญาประดิษฐ์
การทำงานของ BCI เริ่มต้นจากการตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ จากสมองผ่านขั้วไฟฟ้าขนาดจิ๋ว จากนั้นจึงใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาประมวลผลเพื่อคัดกรองสัญญาณรบกวนและแปลคำสั่งจากสมองให้กลายเป็นชุดคำสั่งสำหรับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ข้อมูลมหาศาลที่ถูกจัดเก็บได้จากกระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตสามารถกลับมาควบคุมรถเข็นหรือแขนกลได้เท่านั้น แต่ยังเป็นขุมทรัพย์สำคัญสำหรับนักวิจัย AI ในการทำความเข้าใจการทำงานของสมองมนุษย์เพื่อสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต
ความก้าวหน้าของบริษัทสตาร์ทอัพในจีนอย่าง NeuroXess
บริษัท NeuroXess เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพจากเซี่ยงไฮ้ที่กำลังทดสอบเทคโนโลยี BCI โดยใช้ขั้วไฟฟ้าแบบแผ่นที่วางอยู่บนเยื่อหุ้มสมองเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดพังผืด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการฝังชิปในระยะยาว การทดสอบนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเรื่องการแพทย์ แต่ยังร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง Xiaomi เพื่อเชื่อมต่อสมองเข้ากับระบบบ้านอัจฉริยะ ทำให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านได้ด้วยความคิด
การสนับสนุนจากภาครัฐและแผนยุทธศาสตร์ชาติ
จีนได้บรรจุเทคโนโลยี BCI ไว้ในแผนห้าปีฉบับที่ 15 ให้เป็นหนึ่งในหกอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ซึ่งหมายถึงการได้รับการสนับสนุนทั้งด้านกฎระเบียบ การอนุมัติการทดลองทางคลินิกที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงกองทุนสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์สมองมูลค่ากว่า 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้จีนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเงินทุนเมื่อเทียบกับบริษัทในสหรัฐอเมริกาได้
ความท้าทายและความกังวลในอนาคต
แม้เทคโนโลยีนี้จะมีความหวังมหาศาล แต่การนำไปใช้งานจริงยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งในเรื่องของราคาที่สูงลิ่ว ความยั่งยืนของอุปกรณ์ และประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของระบบประสาท (Neural Privacy) นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลถึงการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การควบคุมจิตใจหรือการประยุกต์ใช้ในทางการทหารเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นจริยธรรมที่ทั่วโลกต้องหาข้อตกลงร่วมกันในการกำกับดูแล
ที่มา : youtube channel Bloomberg Originals
