เจาะลึกทำเลทอง: บ้านใกล้เมืองและทางด่วนในฝัน
การมองหาบ้านในงบประมาณ 3-6 ล้านบาทบนทำเลทองโซนตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะทำเลงามวงศ์วาน-ประชาชื่นนั้นถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากในปัจจุบันโครงการบ้านแนวราบส่วนใหญ่มักมีราคาเริ่มต้นที่ 7-10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งทำให้การเข้าถึงที่อยู่อาศัยในทำเลนี้กลายเป็นเรื่องยากสำหรับหลายครอบครัว โครงการ Goldina งามวงศ์วาน-ประชาชื่น จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้อย่างตรงจุด ด้วยการนำเสนอทางเลือกทาวน์โฮมคุณภาพที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้ทางด่วนมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ทำเลนี้มีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องการเดินทาง ด้วยระยะทางห่างจากจุดขึ้นลงทางด่วนไม่เกิน 2 กิโลเมตร ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือย่านธุรกิจสำคัญอย่างบางซื่อ จตุจักร หรือสาทรเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังใกล้กับแหล่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของทำเลนี้ให้สูงขึ้นในอนาคต
วิเคราะห์โปรดักต์: ทาวน์โฮม 2 และ 3 ชั้น ทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่ากว่า
โครงการ Goldina นำเสนอโปรดักต์ที่หลากหลายทั้งทาวน์โฮม 2 ชั้นและ 3 ชั้น ในราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้ง่ายคือ 3.59 ล้านบาทไปจนถึง 6 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นช่วงราคาที่แข่งขันได้ดีมากเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมในย่านเดียวกัน แต่สิ่งที่ผู้ซื้อจะได้รับมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดคือพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางกว่า และการมีที่จอดรถในบ้านถึง 2 คัน ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ครอบครัวยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ
สำหรับทาวน์โฮม 3 ชั้นนั้นถือเป็นไฮไลต์สำคัญ เพราะมีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ประมาณ 160 ตารางเมตร ซึ่งมากกว่าบ้านแฝดหลายโครงการในโซนนี้ที่มีพื้นที่ใช้สอยเพียง 140-150 ตารางเมตร แต่กลับมีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่ามาก การเลือกดีไซน์แบบทาวน์โฮมจึงเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้ที่มีงบจำกัดสามารถเป็นเจ้าของบ้านแนวราบในทำเลศักยภาพสูงนี้ได้
การออกแบบและฟังก์ชันภายในที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
ในด้านงานดีไซน์ โครงการมาในสไตล์ Modern English ที่มีความเรียบหรูและดูนุ่มนวล โดยมีการใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การดีไซน์มุมอาคารให้มีความโค้งมน พร้อมประดับด้วยเหล็กดัดและบัวปูนปั้นที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นอังกฤษได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านที่สวยงามและใช้งานได้จริง
ภายในตัวบ้านมีการจัดวางฟังก์ชันอย่างเป็นสัดส่วน โดยเฉพาะทาวน์โฮม 3 ชั้นที่มีการแบ่งพื้นที่ Master Bedroom ไว้ทั้งชั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด ห้องนั่งเล่นมีระยะพื้นถึงฝ้าที่สูงถึง 2.7-3 เมตร ทำให้บรรยากาศดูโปร่งสบายมากกว่าทาวน์โฮมทั่วไป รวมถึงการใช้วัสดุปูพื้น SPC ที่ทนทานต่อปลวกและความชื้น 100% ตอบโจทย์การใช้งานระยะยาว
นวัตกรรมการก่อสร้างและการใส่ใจรายละเอียดพื้นที่ใช้สอย
ระบบการก่อสร้างของโครงการนี้มีความโดดเด่น โดยเลือกใช้ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อในที่ (Tunnel Form) สำหรับชั้นที่ 1 และ 2 ซึ่งช่วยลดรอยต่อของผนัง ทำให้ปัญหาการรั่วซึมในอนาคตเกิดขึ้นได้ยาก ในขณะที่ชั้น 3 ใช้ระบบ Precast ที่ผลิตจากโรงงานตามมาตรฐานสากล ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มุ่งเน้นคุณภาพและความทนทานของตัวโครงสร้างเป็นหลัก
นอกจากนี้ ในเรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อย โครงการยังออกแบบจุดวางถังขยะและที่เก็บพัสดุไว้ติดกับรั้วบ้าน ทำให้ถนนหน้าบ้านดูสะอาดตาและไม่เกะกะ พื้นที่จอดรถก็มีการเผื่อระบบไฟฟ้าไว้สำหรับรองรับการติดตั้ง Wall Charge สำหรับบ้านที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ถือเป็นการคิดเผื่อการใช้งานที่ครบถ้วน
พื้นที่ส่วนกลางและสังคมคุณภาพที่น่าอยู่
โครงการมีจำนวนเพื่อนบ้านเพียง 93 หลัง ซึ่งถือว่ามีความเป็นส่วนตัวสูงเมื่อเทียบกับโครงการทาวน์โฮมในระดับราคาเดียวกันที่มักจะมีจำนวนยูนิตมากกว่านี้ ความหนาแน่นที่ไม่สูงเกินไปทำให้การอยู่อาศัยมีความสงบและเป็นมิตร พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้แยกสัดส่วนระหว่างสวนและคลับเฮาส์ เพื่อให้ลูกบ้านทุกโซนเข้าถึงได้สะดวก โดยคลับเฮาส์มีสระว่ายน้ำระบบเกลือยาว 10 เมตร และห้องออกกำลังกายที่เพียงพอต่อความต้องการ
ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือสวนสาธารณะที่จัดในธีม Jurassic Park ซึ่งมีเครื่องเล่นน่ารักๆ สำหรับเด็กๆ และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Zone) ที่กั้นรั้วไว้อย่างชัดเจน พร้อมลู่วิ่งจ็อกกิ้งรอบโครงการ ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับค่าส่วนกลางที่เฉลี่ยแล้วเพียงหลักพันต้นๆ ต่อเดือน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและไม่เป็นภาระหนักสำหรับลูกบ้านเมื่อเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับ
ที่มา : youtube channel คิดเรื่องอยู่ ThinkofLiving
