บทสรุปเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นอิตาลีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้า BTS
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นชาวอิตาลีจำนวนหนึ่งแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้า BTS ทั้งการส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารคนอื่น รวมถึงการแสดงกิริยาท่าทางหยาบคายและคุกคามต่อผู้โดยสารชาวไทย โดยมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะที่ผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งเป็นหญิงสาวชื่อคุณซูกัส ได้พยายามตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวให้ลดเสียงลง แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยการชูนิ้วกลางและใช้ถ้อยคำไม่สุภาพใส่ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก
การดำเนินคดีและการชี้แจงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ภายหลังจากคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นเหยียดหยามได้ ส่วนกรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้เพิกถอนวีซ่าของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวนั้น ในเบื้องต้นพฤติกรรมนี้อาจยังไม่เข้าหลักเกณฑ์การเพิกถอนวีซ่าโดยตรง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้
บทลงโทษและการเผชิญหน้าของผู้เสียหาย
คุณซูกัส ผู้เสียหายวัย 25 ปี ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นอิตาลี โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้า และความผิดฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล สำหรับผู้ที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม โดยมีบทลงโทษเป็นค่าปรับตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการเผชิญหน้าเพื่อพูดคุยและขอโทษต่อหน้าผู้เสียหาย โดยตัวแทนกลุ่มวัยรุ่นและผู้ดูแลโครงการได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีออกแถลงการณ์ประณาม
ด้านสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและประณามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชนดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่ากลุ่มวัยรุ่นนี้เดินทางมาในโครงการทัศนศึกษาของโรงเรียน ซึ่งพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นถือเป็นการกระทำส่วนบุคคลที่ไม่ควรเหมารวมถึงชาวอิตาลีทุกคน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่ยาวนาน
มุมมองต่อกระแสการล่าแม่มด
คุณซูกัสได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นการล่าแม่มดในโลกออนไลน์ว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงหรือการติดตามไปคุกคามกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เพราะอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและอาจเกิดการปะทะกันได้ โดยมองว่าการกล่าวตักเตือนและให้บทเรียนทางกฎหมายถือว่าเพียงพอแล้ว เพื่อให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้ตระหนักถึงการให้เกียรติสถานที่และวัฒนธรรมของผู้อื่น
ที่มา : youtube channel ข่าวช่อง8
