จุดกำเนิดที่แท้จริงของความสำเร็จ
การพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตไม่ได้เริ่มต้นจากภายนอก แต่เริ่มต้นจากสิ่งที่อยู่ภายในสมองของเราเอง หลายคนอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่าหากต้องการเปลี่ยนชีวิต คุณต้องลงทุนกับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองหู ซึ่งก็คือสมองของคุณนั่นเอง สมองเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แม้จะมีน้ำหนักเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย แต่กลับใช้พลังงานสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และที่น่าสนใจคือสมองมีกลไกที่แบ่งออกเป็น 2 ชั้นหลัก คือ จิตสำนึก และ จิตใต้สำนึก
ความแตกต่างระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก
จิตสำนึกคือส่วนที่เราใช้คิดวิเคราะห์ ใช้เหตุผล และการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน เช่น การคำนวณตัวเลข หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในขณะที่จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักที่ควบคุมพฤติกรรมอัตโนมัติเกือบ 90 ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตเรา หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างถาวร คุณไม่สามารถพึ่งพาแค่จิตสำนึกได้ เพราะจิตสำนึกมีพลังงานจำกัดเหมือนคนที่ออกกำลังกายจนเหนื่อยล้า แต่จิตใต้สำนึกคือขุมพลังที่จะทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติและไม่รู้สึกเหนื่อยหน่าย
เปลี่ยนจากสมองสู่หัวใจ (From Head to Heart)
ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือการเก็บความฝันไว้แค่ในจิตสำนึก ซึ่งเป็นเพียงไอเดียที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านไปเหมือนเมฆ วิธีการย้ายความฝันจากสมอง (Head) ลงสู่จิตใต้สำนึก (Heart) เพื่อเปลี่ยนให้เป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ คือการใส่ข้อมูลผ่านรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส พร้อมด้วยอารมณ์ความรู้สึก (Emotion) ที่เข้มข้น เพราะสมองจะจดจำสิ่งที่ประกอบด้วยข้อมูลและอารมณ์ได้ยาวนานกว่าข้อมูลเพียงอย่างเดียว
กระบวนการสร้างความสำเร็จผ่านการทำซ้ำและอารมณ์
มี 2 วิธีหลักในการฝังรากความเชื่อลงในจิตใต้สำนึก วิธีแรกคือการทำซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการจินตนาการถึงเป้าหมาย การย้ำเตือนตัวเองด้วยความรู้สึกว่าเป็นไปได้จริง ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือนถึงหลายปี วิธีที่สองคือการใช้ Emotional Shock หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทางอารมณ์อย่างรุนแรง ซึ่งจะช่วยให้สมองจดจำข้อมูลนั้นได้ทันทีและถาวร
พลังของระบบ RAS (Reticular Activating System)
เมื่อคุณฝังเป้าหมายลงในจิตใต้สำนึก สมองส่วนที่เรียกว่า RAS จะทำหน้าที่เป็นเหมือนแม่เหล็กและตัวคัดกรองข้อมูล มันจะช่วยให้คุณโฟกัสในสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริงและมองข้ามสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เหมือนกับการที่คุณตั้งใจจะซื้อรถสีดำ แล้วคุณจะเห็นรถสีดำบนท้องถนนมากขึ้น ทั้งที่จำนวนรถเท่าเดิม นั่นคือพลังของการโฟกัสที่จิตใต้สำนึกกำลังพาคุณไปสู่เป้าหมายนั้นโดยอัตโนมัติ
การเปลี่ยนความเชื่อและพฤติกรรม (Automatic Positive)
การจะประสบความสำเร็จไม่ได้มีแค่ความฝัน แต่ต้องมีการเปลี่ยนบทสนทนาภายใน (Self-Talk) จากที่เคยเป็น Automatic Negative คือความเชื่อว่าตัวเองไม่คู่ควร หรือทำไม่ได้ ให้เปลี่ยนเป็น Automatic Positive คือการย้ำเตือนว่าเราทำได้ เราดีพอ และเราคู่ควร การทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สมองสร้างวงจรใหม่ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ใหม่ในชีวิต การเดินทางสู่ความสำเร็จไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดด้วยความอดทนและการลงมือทำที่สอดคล้องกับเป้าหมายอย่างแท้จริง
ที่มา : youtube channel Paul Pattarapon พอล ภัทรพล
