ก้าวข้ามความไม่แน่นอนในสมรภูมิพลังงานโลก
ในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD WEALTH ถึงแนวทางการรับมือกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล
กลยุทธ์หัวใจสำคัญ: พูดจริง ทำจริง และความพร้อมรับมือ
ดร.คงกระพัน เปิดเผยว่า ปตท. ยึดถือแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เป็นพื้นฐานสำคัญ โดยไม่ได้พยายามคาดการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวน แต่เน้นการวางแผนกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น การบริหารจัดการกระแสเงินสดที่รอบคอบ และการเลือกลงทุนในสิ่งที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและเป็นไปตามพันธกิจหลัก นั่นคือการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยีและ Digital Transformation เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
ลำดับความสำคัญในระยะสั้น กลาง และยาว
สำหรับการบริหารงานในฐานะ CEO ดร.คงกระพัน ได้แบ่งลำดับความสำคัญไว้อย่างชัดเจน ในระยะสั้น ปตท. มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ส่วนระยะกลาง ปตท. ขยายธุรกิจในสิ่งที่ถนัด โดยให้ความสำคัญกับก๊าซธรรมชาติในฐานะเชื้อเพลิงหลักที่จะใช้ในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Destination Fuel) ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน
ปัจจัยที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่นใน ปตท.
แม้ท่ามกลางความท้าทาย ปตท. ยังคงได้รับมุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ ซึ่ง ดร.คงกระพัน สรุปปัจจัยความสำเร็จไว้ 5 ประการ ได้แก่ 1. กลยุทธ์ที่ชัดเจน 2. การลงทุนในธุรกิจที่ถนัด 3. การพูดแล้วทำจริง (Consistent) 4. การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และ 5. การดูแลผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในด้านเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในระยะยาว
การขับเคลื่อนสู่ Net Zero ปี 2050
เรื่องความยั่งยืนและการก้าวสู่ Net Zero ในปี 2050 เป็นเป้าหมายที่แยกไม่ออกจากธุรกิจของ ปตท. โดย ดร.คงกระพัน อธิบายว่าการสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คือหัวใจสำคัญ ปตท. ดำเนินการลดคาร์บอนผ่าน 3 วิธีหลัก คือ 1. การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. การปรับพอร์ตการลงทุนให้เข้าสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ และ 3. การใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage - CCS)
ความคืบหน้าของเทคโนโลยี CCS ในไทย
CCS ถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการกักเก็บ CO2 จากอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงไฟฟ้า โรงปูน และปิโตรเคมี โดยนำไปกักเก็บไว้ในชั้นหินใต้ทะเลหรือหลุมก๊าซธรรมชาติที่หมดอายุแล้ว ซึ่ง ปตท. กำลังเร่งผลักดันให้เกิดในประเทศไทยภายในปี 2033 ดร.คงกระพัน ย้ำว่า หัวใจของการขับเคลื่อนเรื่องนี้คือ เทคโนโลยี ต้นทุน และกฎระเบียบที่ชัดเจนจากภาครัฐ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาลงทุนจริงจัง แทนการจ่ายภาษีคาร์บอนเพียงอย่างเดียว
ปรัชญาการบริหารคนและสื่อสาร
ในแง่ของการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรหลักหมื่นคน ดร.คงกระพัน เปรียบเทียบการบริหารว่าเปรียบเสมือนวิชาในนิยายกำลังภายในที่ต้องไร้รูปแบบ (Flexible) แต่ต้องชัดเจนในการสื่อสาร (Clear Communication) โดยเน้นความจริงใจ (Sincerity) การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจว่าสิ่งที่ทำมีประโยชน์อย่างไร ทั้งต่อตนเอง ต่อองค์กร และต่อประเทศชาติ เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการก้าวไปสู่เป้าหมายที่ท้าทายร่วมกัน
ที่มา : youtube channel THE STANDARD WEALTH
