C
ITBlock - Energy

เจาะลึกปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ: สัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่โลกต้องเผชิญ

เจาะลึกปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ: สัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่โลกต้องเผชิญ

ทำความรู้จักกับปรากฏการณ์เอลนีโญ

ปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนภัยของสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างหนัก เพื่อให้เข้าใจภาพรวม ผมขอชวนทุกท่านจินตนาการถึงมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเป็นมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีทวีปอเมริกาอยู่ทางฝั่งตะวันออก และทวีปเอเชียรวมถึงประเทศไทยอยู่ทางฝั่งตะวันตก ในสภาวะปกติจะมีกระแสลมพัดจากตะวันออกไปตะวันตกที่เราเรียกว่า ลมค้า (Trade Winds) ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของความกดอากาศ ลมนี้มีบทบาทสำคัญในการพัดพาความชื้นมายังฝั่งเอเชีย ทำให้เกิดฤดูกาลและปริมาณน้ำฝนที่เหมาะสมสำหรับการเกษตร ในขณะที่ฝั่งอเมริกาใต้จะมีกระบวนการ Upwelling หรือการพัดพาน้ำเย็นจากก้นมหาสมุทรขึ้นมาด้านบน ซึ่งทำให้อุณหภูมิผิวน้ำเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ

เจาะลึกปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ: สัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่โลกต้องเผชิญ - บทความจาก ITBlockman

จุดเปลี่ยนเมื่อโลกเข้าสู่สภาวะโลกร้อน

เมื่อกิจกรรมของมนุษย์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกสะสมในชั้นบรรยากาศเปรียบเสมือนโดมที่กักเก็บความร้อนไว้ โดยพลังงานความร้อนกว่า 90 ถึง 91 เปอร์เซ็นต์ถูกดูดซับไว้ในมหาสมุทร ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลในแปซิฟิกสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อกระแสลมค้าให้มีกำลังอ่อนลง เมื่อลมค้าอ่อนกำลัง ปริมาณความชื้นที่เคยพัดพามายังฝั่งเอเชียก็จะลดลง นำไปสู่ความแห้งแล้ง ในขณะที่ฝั่งอเมริกาใต้กลับต้องเผชิญกับอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นจนรบกวนระบบนิเวศและการประมง นี่คือจุดเริ่มต้นของภาวะที่เรียกว่าเอลนีโญ

เจาะลึกปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ: สัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่โลกต้องเผชิญ - บทความจาก ITBlockman

การตรวจวัดและนิยามของซูเปอร์เอลนีโญ

นักวิทยาศาสตร์ใช้ตัวแปร 3 มิติในการกำหนดสถานะของปรากฏการณ์นี้ โดยมุ่งเน้นการตรวจวัดอุณหภูมิผิวน้ำทะเล (Sea Surface Temperature) ในบริเวณที่เรียกว่า 3.4 Region ซึ่งเป็นพื้นที่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก หากอุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 0.5 องศาเซลเซียส จะถือว่าเริ่มเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ หากสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจะเป็นระดับ Strong และหากเกิน 2 องศาเซลเซียส จะถูกเรียกว่า Very Strong หรือที่รู้จักกันในชื่อ ซูเปอร์เอลนีโญ ปัจจุบันเราพบว่าอุณหภูมิดังกล่าวได้เกินเกณฑ์มาตรฐานไปแล้ว และมีแนวโน้มจะพัฒนาความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปลายปี ซึ่งสะท้อนผ่านค่า Oceanic Nino Index (ONI) ที่บ่งชี้ถึงส่วนต่างของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น

เจาะลึกปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ: สัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่โลกต้องเผชิญ - บทความจาก ITBlockman

ผลกระทบต่อประเทศไทยและการเตรียมรับมือ

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือปริมาณน้ำฝนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรมในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่าปกติ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอย่างเขื่อนได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่น้อยลง นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีเราอาจต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่ไม่หนาวจริง แต่กลับมีความร้อนระอุเข้ามาแทนที่ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาของปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากปรากฏการณ์นี้อาจสูงถึง 1 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP โลก การตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมในการวางแผนจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้

เจาะลึกปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ: สัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่โลกต้องเผชิญ - บทความจาก ITBlockman

ที่มา : youtube channel Chula Radio Plus

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!