ทิศทางตลาดรถยนต์ไทยปี 2026: ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งในแง่ของผู้เล่นหน้าใหม่ที่ตบเท้าเข้ามาสร้างตัวเลือกที่หลากหลาย และสงครามราคาที่ดุเดือดจนสร้างความสับสนให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อไขข้อข้องใจถึงทิศทางตลาดในปี 2026 รายการ TODAY Bizview ได้ร่วมพูดคุยกับ คุณนิธิ ท้วมประถม ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์จาก Auto Life Thailand ซึ่งได้ฉายภาพให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ไทยในอนาคตจะไม่ซับซ้อนหากเราเข้าใจบริบทที่เปลี่ยนไป
จุดเปลี่ยนจากตลาดเดิมสู่คลื่นสึนามิ EV
คุณนิธิวิเคราะห์ว่า ตลาดรถยนต์ไทยเดิมถูกครอบงำโดยค่ายรถญี่ปุ่นถึง 90% และรถยุโรปอีก 10% ซึ่งค่ายรถญี่ปุ่นได้กำหนดโครงสร้างราคาและประเภทรถไว้อย่างชัดเจนมาโดยตลอด แต่เมื่อค่ายรถจีนเข้าสู่ตลาดด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงเปรียบเสมือนคลื่นสึนามิลูกแรกที่เข้ามาเขย่าอุตสาหกรรมอย่างรุนแรง ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมออปชั่นที่มากกว่ารถในระดับราคาเดียวกัน ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป จากเดิมที่ยึดติดกับแบรนด์ (Brand Royalty) กลายเป็นความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ได้รับกลับมาเป็นตัวตัดสินใจหลัก
สงครามราคาและบริการหลังการขายที่ต้องจับตา
แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมจะหดตัวลงเหลือเพียง 6-7 แสนคันต่อปีจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสินเชื่อที่เข้มงวด แต่ยอดขายรถ EV กลับเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คุณนิธิระบุว่า สงครามราคาที่ลดกันเป็นแสนๆ บาทอาจจะไม่จบลงง่ายๆ ในระยะสั้น แต่มันจะเป็นการปรับตัวเพื่อเคลียร์สต๊อกและสร้างส่วนแบ่งทางการตลาด โดยเฉพาะในเชิงสัญลักษณ์ที่จีนต้องการเบียดแชร์จากแบรนด์ญี่ปุ่น สำหรับความกังวลเรื่องบริการหลังการขายและอะไหล่ คุณนิธิย้ำว่าไม่ใช่แค่แบรนด์จีนเท่านั้นที่มีประเด็นนี้ แบรนด์ยุโรปเองก็มีปัญหารออะไหล่นานเช่นกัน เพียงแต่แบรนด์จีนเป็นที่จับตาในโซเชียลมีเดียมากกว่า
กระบะกับบทบาทที่เปลี่ยนไปในตลาดไทย
ตลาดรถกระบะที่เป็นหัวใจหลักของไทยมาอย่างยาวนานกำลังเผชิญกับแรงกระแทกเช่นกัน โดยยอดขายตกลงมาเหลือเพียง 30% ต่ำสุดในรอบ 30 ปี เนื่องด้วยคนรุ่นใหม่มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากกว่าการใช้รถกระบะแบบครอบจักรวาล คุณนิธิมองว่าหากไม่ได้ใช้รถเพื่อการขนส่ง การเลือกใช้รถยนต์ขนาดเล็กหรือรถ SUV ที่ให้ความสะดวกสบายมากกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกันถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า แม้กระบะจะยังคงครองตำแหน่งความเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปเริ่มหันไปหารถที่ให้ความสบายและเทคโนโลยีครบครันมากกว่า
มุมมองปี 2026: ใครจะอยู่ ใครจะไป?
สำหรับการมองภาพรวมในปี 2026 คุณนิธิคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่ตำแหน่งผู้เล่นในตลาดจะเริ่มชัดเจนขึ้น แต่ไม่ใช่ปีที่จะเติบโตก้าวกระโดดเนื่องจากกำลังซื้อจำกัด ค่ายรถญี่ปุ่นเองกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวและเตรียมส่งโมเดลใหม่ที่เป็นไฮบริดเจเนอเรชันถัดไปออกมาสู้ศึก ซึ่งจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สูสีกับรถจีนและออปชั่นที่จัดเต็มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สงครามราคาจะยังคงดำเนินต่อไปในครึ่งปีแรกเพื่อเคลียร์สต๊อกและแย่งชิงฐานลูกค้า ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถในเวลานี้ควรทำความเข้าใจเรื่องมูลค่ารถและราคาขายต่อ เพราะด้วยไซเคิลของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วมาก ทำให้ราคาของรถ EV มีความผันผวนสูงตามธรรมชาติของสินค้าเทคโนโลยี
บทสรุปสำหรับผู้บริโภค
ท้ายที่สุด คุณนิธิฝากข้อคิดว่า การแข่งขันที่รุนแรงนี้เป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ดีขึ้นในราคาที่ถูกลง ตลาดรถยนต์ไทยในอนาคตจะเปิดกว้างให้ทั้ง EV และ Hybrid อยู่ร่วมกันได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ผู้บริโภคควรเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและความมั่นใจในแบรนด์เป็นสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วการตัดสินใจเลือกรถสักคันในปี 2026 จะไม่ได้มองแค่ความทนทานหรือราคาขายต่อเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือความคุ้มค่าในเชิงการใช้งานและประสบการณ์ที่ได้รับในทุกวัน
ที่มา : youtube channel TODAY Bizview
