ความรักในวันที่ชีวิตก้าวกระโดด
ในรายการ WandOland ของวู้ดดี้และโอ๊ต ได้มีการเชิญแขกรับเชิญพิเศษคือคุณท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา และคุณบีม มาเปิดใจถึงมุมมองความสัมพันธ์ที่ผ่านการพิสูจน์มาตลอดระยะเวลาเกือบ 8 ปี โดยคุณท๊อปได้ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่ตนเองมุ่งมั่นกับการทำงานอย่างบ้าคลั่ง จนลืมให้ความสำคัญกับคนข้างกายในฐานะคู่ชีวิต โดยเขายอมรับว่าในช่วงแรกของการทำธุรกิจ ตนมองทุกอย่างเป็น KPI ตั้งแต่ตารางเวลา การกิน ไปจนถึงการไปเที่ยว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ความสัมพันธ์เกิดช่องว่างและบีมรู้สึกถึงความห่างเหิน
เมื่อความสำเร็จกลายเป็นกำแพงระหว่างคนสองคน
คุณบีมเล่าถึงช่วงเวลาที่เธอรู้สึกอึดอัดใจกับความเปลี่ยนไปของคุณท๊อป โดยเฉพาะในช่วงที่เขามีอีโก้สูงขึ้นจากความสำเร็จที่รวดเร็ว คุณบีมเป็นเพียงคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้าและบอกความจริงกับคุณท๊อปว่า เธอแฮปปี้กับตัวตนของคุณท๊อปเมื่อ 7 ปีที่แล้วมากกว่า เพราะในตอนนั้นเขามีความเป็นธรรมชาติมากกว่าตอนนี้ คุณท๊อปยอมรับว่าสถานการณ์นั้นตนเองขาดสติและหลงระเริงไปกับ Privileges จนทำให้ละเลยความรู้สึกของคนรอบข้างไปอย่างน่าเสียดาย แต่การที่มีคุณบีมคอยเตือนสติเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลับมาสำรวจตัวเองใหม่
การปรับตัวและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก
คุณท๊อปได้แชร์แนวคิดเรื่องการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในความสัมพันธ์ โดยมองว่าการเป็นคู่ชีวิตคือการเป็นกองหลังให้กันและกัน ในขณะที่เขาเป็นนักสู้ที่ต้องบุกไปข้างหน้า คุณบีมคือผู้ที่คอยซัพพอร์ตและดึงสติให้เขากลับมาอยู่ในจุดที่พอดี คุณท๊อปกล่าวว่า แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างอาหารการกิน คุณบีมก็พยายามปรับตัวเพื่อที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับเขา แม้ว่าไลฟ์สไตล์จะแตกต่างกันอย่างสุดขั้วก็ตาม
การให้เวลาคือภาษารักที่สำคัญที่สุด
คำถามที่น่าสนใจในรายการคือ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าถูกรักที่สุด ซึ่งคุณบีมเผยว่า การที่คุณท๊อปยอมหันมาวางมือถือและให้ความสนใจกับเธอ 100 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันนั้นมีความหมายมาก ส่วนคุณท๊อปตอบว่าเขารู้สึกประทับใจที่คุณบีมเตรียมอาหารให้และรอเขาทานข้าวแม้จะดึกแค่ไหนก็ตาม สิ่งเหล่านี้ย้ำเตือนว่าในความสัมพันธ์ที่มีความยุ่งเหยิงเป็นตัวแปรสำคัญ ความเข้าใจและการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ คือสิ่งที่เชื่อมโยงคนสองคนไว้ด้วยกัน
บทเรียนจากความผิดพลาดและมุมมองต่ออนาคต
ในประเด็นเรื่องลูกแก้วและลูกยาง คุณท๊อปได้ให้ข้อคิดที่ลึกซึ้งว่า ชีวิตมี 5 เสาหลัก คือ การงาน สุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ และความสงบทางใจ เขาเปรียบเปรยว่า การงานและการเงินเป็นเหมือนลูกยางที่ตกแล้วเด้งกลับมาได้ แต่ความสัมพันธ์และครอบครัวเป็นเหมือนลูกแก้วที่ถ้าพลาดแล้วอาจแตกสลายไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ เขาจึงเน้นย้ำว่า อย่าเอาลูกแก้วไปแลกกับลูกยางเพียงเพราะต้องการเอาชนะในเกมสถานะทางสังคม
การก้าวไปข้างหน้าในฐานะทีมเดียวกัน
ท้ายที่สุด คุณท๊อปและคุณบีมต่างเห็นตรงกันว่า การทะเลาะกันไม่ใช่จุดจบของความสัมพันธ์ แต่คือกระบวนการเรียนรู้เพื่อเข้าใจกันมากขึ้น การมีตารางเวลาสำหรับ Workshop ความสัมพันธ์หรือการมี Me Time สำหรับตัวเอง ช่วยลดความเครียดและทำให้ทั้งคู่สามารถกลับมา Connect กันได้อีกครั้ง คุณท๊อปตั้งเป้าหมายถึงอนาคตที่อยากจะมีลูก 6 คน และเชื่อมั่นว่าไม่ว่าความท้าทายจะถาโถมเข้ามาเพียงใด ตราบใดที่พวกเขายังจับมือและมองว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนที่ดีที่สุด พวกเขาก็จะสามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยกัน
ที่มา : youtube channel WandOland
