ปริศนาสินทรัพย์ร่วงยกแผง
นักลงทุนหลายคนอาจกำลังตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับตลาดการเงินในช่วงนี้ ทำไมสินทรัพย์แทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงิน บิตคอยน์ หุ้นสหรัฐฯ หรือแม้แต่น้ำมันดิบ ถึงได้พากันกอดคอติดลบพร้อมๆ กัน ทั้งที่ตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์แล้ว หากราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตลดลง ก็น่าจะเป็นผลดีต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนและช่วยลดเงินเฟ้อได้ แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ดอลลาร์สหรัฐคือไม้บรรทัดวัดมูลค่า
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจถดถอยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า มาตรวัดราคาสินทรัพย์ ซึ่งก็คือ ดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่ในตลาดโลกกว่า 90% ถูกซื้อขายและตีมูลค่าด้วยเงินสกุลดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เหมือนกับการที่ไม้บรรทัดวัดความยาวนั้นยาวขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ถูกวัดด้วยไม้บรรทัดนี้ดูมีมูลค่าเล็กลงหรือราคาลดลงนั่นเอง
ความสัมพันธ์ผกผันระหว่าง DXY และ สินทรัพย์
หากเราดูดัชนีดอลลาร์ (DXY) เทียบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์หรือตลาดหุ้น จะพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนมาก คือเมื่อ DXY พุ่งขึ้น สินทรัพย์ส่วนใหญ่จะร่วงลงทันที นี่คือกลไกพื้นฐานที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจ ไม่ใช่แค่การมองข่าวน้ำมันหรือสงครามเพียงอย่างเดียว เพราะปัจจัยกดดันที่แท้จริงคือการแข็งค่าของเงินสกุลหลักของโลก
บทบาทของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
คนที่ควบคุมไม้บรรทัดนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ผ่านการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการจัดการผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รุ่น 2 ปี เมื่อเฟดใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด หรือขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อ จะทำให้เกิดแรงดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ดอลลาร์ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า และกดดันสินทรัพย์อื่นในกระดานให้ร่วงลงไปโดยปริยาย
วิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะความเสี่ยงด้านพลังงาน หากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ยังไม่คลี่คลาย จะทำให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งทั่วโลกเพิ่มขึ้น นำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อที่ค้างสูง ซึ่งจะบีบให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป หรืออาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก หากเงินเฟ้อไม่ลดลงสู่เป้าหมายที่ 2% สิ่งนี้จะกลายเป็นวงจรที่ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง และกดดันราคาของสินทรัพย์ต่างๆ ให้หดตัวลงได้อีก
กลยุทธ์การปรับตัวของนักลงทุน
ในฐานะนักลงทุน เราไม่สามารถควบคุมนโยบายของเฟดได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการปรับกลยุทธ์ Asset Allocation ให้เหมาะสม ติดตามนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และทำความเข้าใจว่าในช่วงเวลาที่ดอลลาร์เป็นใหญ่ การถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอาจต้องพิจารณาความผันผวนให้รอบคอบ เพราะหากมาตรวัดอย่างดอลลาร์ยังคงแข็งค่า สินทรัพย์ที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งก็อาจได้รับผลกระทบจากแรงกดดันนี้ได้เช่นกัน
ที่มา : youtube channel Sai_MoneyMonster
