ปรากฏการณ์ความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่
ในยุคปัจจุบัน การลงทุนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการออมเงินในระยะยาวอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เข้าถึงได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน สำหรับคนรุ่น Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย การซื้อขายหุ้นหรือสินทรัพย์ทางการเงินกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายราวกับการไถฟีด TikTok ภาพลักษณ์ของความรวยทางลัดที่เห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกกลัวพลาดโอกาส หรือ FOMO อย่างรุนแรง ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับการเทรดแบบจริงจังมากขึ้นกว่าคนรุ่นไหนๆ ในอดีต
จุดกำเนิดของความล้มเหลวในระบบดั้งเดิม
เหตุใดคนรุ่นนี้ถึงเลือกที่จะเสี่ยง? คำตอบส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกไม่มั่นคงในอนาคต Gen Z เติบโตมาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างการระบาดของโควิด-19 พวกเขาเห็นพ่อแม่สูญเสียเงินเก็บหรือบ้านจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน และเมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานก็ต้องเผชิญกับอัตราว่างงานที่สูงและค่าครองชีพที่พุ่งทะยาน การเป็นเจ้าของบ้านกลายเป็นฝันที่ไกลเกินเอื้อม แม้ว่าพวกเขาจะมีพอร์ตการลงทุนที่มีตัวเลขเงินในบัญชีมากกว่าคนรุ่นก่อน แต่พวกเขากลับเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ได้น้อยลงเรื่อยๆ ความจริงที่ขมขื่นเหล่านี้ผลักดันให้เกิดแนวคิดที่เรียกว่า Financial Nihilism หรือลัทธิความว่างเปล่าทางการเงิน
นิยามใหม่ของความเสี่ยง: Financial Nihilism
Financial Nihilism คือความเชื่อที่ว่าเส้นทางสู่ความมั่นคงทางการเงินแบบดั้งเดิม เช่น การออมเงินในธนาคารหรือการลงทุนในพันธบัตรนั้นใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ในเมื่อระบบเดิมไม่สามารถการันตีความมั่งคั่งได้ คนรุ่นใหม่จึงเลือกที่จะทุ่มสุดตัวกับสินทรัพย์เสี่ยงสูง เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสีย ความคิดแบบ YOLO (You Only Live Once) จึงกลายมาเป็นกลยุทธ์หลักในการตัดสินใจทางการเงิน พวกเขาเลือกที่จะเสี่ยงโชคกับหุ้นปั่น คริปโตเคอร์เรนซี หรือการพนันกีฬา เพื่อหวังผลตอบแทนมหาศาลในระยะเวลาอันสั้นเพื่อไล่ตามเป้าหมายให้ทัน
กลไกที่ทำให้การลงทุนกลายเป็นความบันเทิง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการทำ Gamification ในแอปพลิเคชันการลงทุน แอปเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้รู้สึกสนุกเหมือนการเล่นเกม มีระบบการแจ้งเตือนและการแสดงผลที่กระตุ้นอะดรีนาลีนเมื่อมีการทำกำไร ส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่างการลงทุนและการพนันเริ่มจางหายไป ความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีทำให้ Gen Z สามารถเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง แต่ในขณะเดียวกัน การเทรดที่ถี่เกินไปและอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลก็มักจะนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ตามที่ผลการวิจัยทางวิชาการได้เตือนไว้เสมอ
มุมมองที่แตกต่างในแต่ละภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกาคนรุ่นใหม่มีความกล้าได้กล้าเสียสูงมาก ในขณะที่ยุโรปยังคงมีแนวโน้มอนุรักษ์นิยมมากกว่า ส่วนในจีนพบว่าคนรุ่น Gen Z กลับมีความระมัดระวังตัวสูงกว่าคนรุ่นก่อนและหันไปลงทุนในทองคำแทน นี่แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคมีผลอย่างมากต่อพฤติกรรมทางการเงินของคนรุ่นใหม่
บทสรุปของการก้าวผ่านความท้าทาย
การวิพากษ์วิจารณ์คนรุ่นใหม่ว่าประมาทนั้นอาจเป็นการมองที่ไม่ครบถ้วน เพราะในความเป็นจริงแล้ว Gen Z กำลังพยายามหาทางรอดในระบบเศรษฐกิจที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ การที่พวกเขาหันมาลงทุนด้วยความเสี่ยงสูงไม่ใช่เพียงเพราะความโลภ แต่เป็นความพยายามที่จะสร้างความมั่นคงในแบบของตัวเองท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ สิ่งสำคัญคือการตระหนักถึงความเสี่ยงที่แท้จริงและเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ มากกว่าการปล่อยให้ตัวเองติดอยู่ในวังวนของการพนันที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบของการลงทุน
ที่มา : youtube channel Bloomberg Originals
