ทำไมเราถึงโดนเอาเปรียบ
คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า ทำไมทำดีกับทุกคน พูดจาดีด้วยเสมอ แต่สุดท้ายกลับโดนมองข้ามหรือโดนเอาเปรียบอยู่ตลอด ความจริงที่โลกใบนี้มักไม่บอกเราคือ คนจะให้ความเคารพก็ต่อเมื่อเขารับรู้ได้ว่า คุณไม่ใช่คนที่สามารถเล่นด้วยได้ง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจข่มเหงใคร แต่การมีจิตวิทยาเล็กๆ น้อยๆ ในการวางตัวจะช่วยหยุดคนที่คิดจะล้ำเส้นคุณได้ทันที
1. ใช้ความนิ่งเป็นอาวุธ
คนที่เสียงดังที่สุดมักไม่ใช่คนที่ทรงพลังที่สุด แต่คนที่นิ่งสงบต่างหากที่น่าเกรงขาม ความนิ่งคืออาวุธเงียบที่ทรงพลังกว่าคำพูดนับพันคำ ในสถานการณ์ที่คนอื่นกำลังโวยวายหรือพยายามเอาชนะด้วยเสียง การที่คุณนิ่ง ยิ้มบางๆ แล้วไม่โต้ตอบ จะทำให้คนรอบข้างเริ่มหยุดคิดและเกรงใจ เพราะเขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคุณกำลังคิดอะไรหรือรู้ลึกไปถึงไหน การนิ่งไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการควบคุมสถานการณ์อย่างเด็ดขาด
2. ไม่ขอ ไม่ง้อ ไม่รีบร้อน
ความลับของคนที่มีพลังดึงดูดคือการไม่แสดงออกว่าต้องการอะไรจากใครมากเกินไป เวลาที่คุณรีบขอหรือแสดงความหิวโหยในความสัมพันธ์ คนอื่นจะรู้ทันทีว่าคุณกลัวเสียเขาไปและจะใช้จุดอ่อนนั้นควบคุมคุณ การไม่รีบร้อนและมีทางเลือกเป็นของตัวเองจะทำให้คนอื่นให้ความเคารพคุณมากขึ้น เพราะคุณแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้ขาดแคลนและไม่ได้พึ่งพาใคร
3. อย่าใจดีกับทุกเรื่อง
ความใจดีที่ไม่มีขอบเขตคือดาบที่หันกลับมาทำร้ายตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีในสายตาของทุกคนจนลืมปกป้องหัวใจตัวเอง การกล้าปฏิเสธในเรื่องที่ไม่เหมาะสมคือการสร้างรั้วป้องกันตนเอง คนที่รักคุณจริงจะยอมรับขอบเขตของคุณได้ ส่วนคนที่โกรธเวลาคุณปฏิเสธ นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าเขาเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น
4. พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
เสียงของคุณไม่จำเป็นต้องดัง แต่ต้องมีความมั่นคงและชัดเจน การพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและไม่สั่นไหวจะสื่อถึงการมีจุดยืน ในขณะที่การพูดเร็วหรือตะกุกตะกักจะทำให้คนอื่นมองว่าคุณกำลังกลัว การฝึกพูดคำว่าไม่ด้วยโทนเสียงที่นิ่งสนิทจะทำให้ผู้ฟังได้รับรู้ถึงอำนาจในการตัดสินใจของคุณทันที
5. มองตาให้มั่น
สายตาคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด การสบตาคู่สนทนาโดยตรงโดยไม่หลบเลี่ยงคือการแสดงออกถึงความมั่นใจและจริงใจ คนที่ไม่กล้าสบตามักถูกมองว่ารู้สึกต่ำกว่าหรือกำลังโกหก การฝึกมองตาอย่างนิ่งเฉยสัก 3 วินาที ก่อนจะพูดอะไรที่สำคัญ จะเป็นการเปลี่ยนพลังงานในห้องและทำให้คู่สนทนาต้องหยุดชะงัก
6. เว้นระยะห่างให้เป็น
การใกล้ชิดกันมากเกินไปมักนำมาซึ่งความอึดอัด คนที่น่าเกรงใจมักจะมีมุมลึกลับที่ไม่เปิดเผยให้ใครรู้ทั้งหมด การไม่แชร์ทุกเรื่องในชีวิตหรือเก็บพื้นที่ส่วนตัวไว้บ้าง จะทำให้คนอื่นไม่กล้าล้ำเส้นคุณ เพราะเขายังอ่านคุณไม่ขาด ความลึกลับนี้เองที่เป็นเสน่ห์และเป็นเกราะป้องกันชั้นดี
7. รู้จักหายไปให้เป็น
การอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ทำให้คุณมีค่ามากขึ้น แต่ทำให้คนอื่นชินชาจนมองข้ามคุณไป หากรู้สึกว่าไม่มีใครให้เกียรติหรือพื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำ การถอยห่างออกมาโดยไม่บ่น ไม่ต้องระบายความรู้สึก เป็นวิธีการที่ทรงพลังที่สุดเพื่อให้เขาตระหนักว่าคุณไม่ได้เป็นของตายและคุณมีคุณค่าในตัวเอง
8. อย่าตอบทันที
ในยุคที่ทุกคนรีบร้อน การนิ่งเงียบก่อนตอบคือความเหนือชั้น เมื่อมีใครพยายามบีบคั้นให้คุณตัดสินใจ การนิ่งเงียบจะทำให้เขาเกิดความประหม่าและเดาทางคุณไม่ออก ความเงียบคือเครื่องมือประกาศอำนาจที่ทำให้คุณเป็นผู้ควบคุมจังหวะของการสนทนา
9. หัวเราะให้น้อยลง
การหัวเราะกลบเกลื่อนทุกครั้งที่ถูกล้ำเส้นหรือโดนดูถูก จะทำให้คุณกลายเป็นของเล่นทางอารมณ์ จงหัวเราะเฉพาะเวลาที่ขำจริงๆ และยิ้มเมื่ออยากยิ้มเท่านั้น การทำหน้านิ่งในสถานการณ์ที่คนอื่นพยายามล้อเล่นจะส่งสัญญาณว่าคุณไม่ใช่คนที่จะมาทำอะไรแบบนี้ใส่ได้
10. อย่าอธิบายตัวเองเกินความจำเป็น
ยิ่งคุณพยายามอธิบายเหตุผลว่าทำไมคุณถึงทำไม่ได้ คุณกำลังบอกให้เขารู้ว่าคุณยังไม่แน่ใจในจุดยืนของตัวเอง คนฉลาดพูดน้อยแต่ชัดเจนและไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใครในการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง
11. ใช้คำพูดสั้นแต่ตรงจุด
คำพูดที่สั้นและตรงไปตรงมาเช่นคำว่า ไม่สะดวกค่ะ หรือ ขอบคุณค่ะ เป็นเครื่องมือของคนที่มีจุดยืนชัดเจน การไม่พูดจาวกวนหรือพยายามหาข้ออ้างจะทำให้คำพูดของคุณมีน้ำหนักและไม่มีใครกล้ามาต่อรองกับคุณอีกต่อไป
12. รักษาความลึกลับเอาไว้
ความลึกลับคืออำนาจเงียบที่ไม่ต้องแสดงออกให้เห็น แต่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกถึงความต่าง คุณไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างให้ใครฟัง การปล่อยให้คนอื่นสงสัยและประเมินคุณไม่ถูก จะเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้คุณไม่โดนใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ เพราะเขาจะเกรงใจและระวังตัวเสมอเวลาที่อยู่ใกล้คุณ
ที่มา : youtube channel บัณฑิตา พานจันทร์ Bantita Phanjan
