T
ITBlock - Social

ตึกร้างแสนล้าน: เมื่อภาษีประชาชนกลายเป็นซากอารยธรรมที่ไม่มีใครรับผิดชอบ

ตึกร้างแสนล้าน: เมื่อภาษีประชาชนกลายเป็นซากอารยธรรมที่ไม่มีใครรับผิดชอบ

วิกฤตตึกร้างภาครัฐ: ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

ปัจจุบันทั่วประเทศไทยเต็มไปด้วยโครงการก่อสร้างอาคารราชการที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกันสูงถึงกว่า 100,000 ล้านบาท เงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้คือภาษีของประชาชนทุกคนที่ถูกนำไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย แต่เมื่อโครงการเหล่านั้นล้มเหลวกลับไม่มีระบบตรวจสอบหรือหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบ กลายเป็นซากอารยธรรมที่ทิ้งไว้ให้เป็นขยะของแผ่นดินโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ต่อสังคม

ตัวอย่างความล้มเหลวของโครงการรัฐ

จากการสำรวจพบโครงการที่น่าตกใจหลายแห่ง อาทิ อาคารสำนักงาน กสทช. จังหวัดนนทบุรี มูลค่า 2,643 ล้านบาท ที่ถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่ปี 2562 พิพิธภัณฑ์หอยสังข์ จังหวัดสงขลา มูลค่า 1,400 ล้านบาท ที่สร้างมานานกว่า 17 ปีแต่ยังไม่เสร็จสิ้น หรืออาคารที่ทำการศาลแขวงพระนครเหนือที่ผู้รับเหมาทิ้งงานไปแล้วแต่เบิกงบประมาณไปกว่า 1,377 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา พิพิธภัณฑ์ หรือศูนย์บริการชุมชนที่สร้างขึ้นโดยไม่มีผู้ใช้งาน

มุมมองจากกรรมาธิการงบประมาณ: ทำไมปัญหาถึงแก้ไม่ตก

คุณศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อเนื่อง 6 ปี ให้ข้อมูลว่า ในห้องกรรมาธิการมักไม่เห็นภาพรวมของตึกร้าง เพราะหน่วยงานมักจะของบประมาณใหม่โดยไม่ถูกซักถามถึงโครงการเดิมที่ค้างคาอยู่ หากหน่วยงานอ้างว่าเดี๋ยวจะมีคนมาใช้บริการเพิ่ม หรืออ้างเหตุผลสารพัดในการยืดเวลาโครงการออกไปเรื่อยๆ ทำให้งบประมาณบานปลายและโครงการยืดเยื้อเกินกว่ากำหนดการเดิมนับสิบปี

ช่องโหว่หลังการจัดซื้อจัดจ้าง

ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะระบบ EGP ของกรมบัญชีกลางยังทำได้ดี แต่ปัญหาอยู่หลังจากที่การประมูลสิ้นสุดลงแล้ว ข้อมูลการเบิกจ่ายและสถานะของโครงการไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส ทำให้ประชาชนและกรรมาธิการตรวจสอบได้ยากว่าการก่อสร้างมีความคืบหน้าอย่างไร หรือมีการแก้ไขสัญญาอย่างไรบ้าง

คอร์รัปชันหรือความไร้ประสิทธิภาพ?

ดร.มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เชื่อว่าความเสียหายนี้มีมากกว่าหลักพันล้านบาทแน่นอน โดยมีสาเหตุจากทั้งการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย การสอดไส้แผนโกง หรือการที่ผู้รับเหมาขายงานต่อเป็นทอดๆ จนรายสุดท้ายขาดทุนและทิ้งงาน นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐรีดไถผู้รับเหมาในทุกขั้นตอน ทำให้ผู้รับเหมาที่มีสายป่านไม่ยาวพอต้องล้มหายตายจากไป ทิ้งให้โครงการกลายเป็นตึกร้างอย่างถาวร

ค่านิยมความหรูหราเกินจำเป็น

นอกจากเรื่องการทุจริตแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องค่านิยมของหน่วยงานรัฐที่ต้องการอาคารใหญ่โตโอ่อ่าเกินความจำเป็น โดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนการบริหารจัดการหรือความคุ้มค่า เช่น กรณีการสร้างตึกของสำนักปลัดกระทรวงคมนาคมที่ใช้งบถึง 4,000 ล้านบาทสำหรับข้าราชการเพียง 1,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้งบประมาณที่ไม่ยึดโยงกับประโยชน์ของประชาชน แต่เป็นไปเพื่อความภูมิฐานขององค์กรเท่านั้น

ทางออก: การสร้างความโปร่งใสและเจ้าภาพที่แท้จริง

เพื่อยุติวงจรความสูญเสียนี้ ดร.มานะ และคุณศิริกัญญา มีความเห็นสอดคล้องกันว่า นายกรัฐมนตรีต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดระบบหน่วยงาน จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสำรวจตึกร้างทั่วประเทศอย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นข้อมูลที่แท้จริงว่าแต่ละโครงการมีปัญหาจากสาเหตุใด และต้องมีการออกกฎเหล็กว่าหากโครงการเก่าไม่เสร็จ ห้ามขออนุมัติโครงการใหม่โดยเด็ดขาด

หากภาครัฐเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ต่อสาธารณะ ประชาชนนับล้านคนจะกลายเป็นพลังในการช่วยตรวจสอบและกดดันให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การใช้งบประมาณภาษีอย่างคุ้มค่า เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างที่ควรจะเป็น แทนที่จะปล่อยให้ภาษีของพวกเราสูญหายไปกับตึกร้างที่ไม่เคยได้ถูกใช้งาน

ที่มา : youtube channel THE STANDARD

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!