ปฏิวัติระบบบำนาญไทยด้วยสูตร CARE
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบประกันสังคม ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณเงินบำนาญรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า สูตร CARE หรือ Career Average Revalued Earnings เพื่อให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมสูงวัยที่กำลังเผชิญอยู่
สูตร CARE คืออะไรและแตกต่างจากระบบเดิมอย่างไร
เดิมทีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพของประเทศไทยจะอิงจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ (Final Average Earning) ซึ่งมีข้อจำกัดในหลายกรณี เช่น ผู้ที่มีรายได้สูงมาตลอดชีวิตแต่รายได้ลดลงในช่วงท้าย หรือผู้ที่เปลี่ยนสายงานบ่อยๆ ระบบใหม่ที่เรียกว่าสูตร CARE จะเข้ามาแก้โจทย์นี้ด้วยการนำรายได้เฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานของผู้ประกันตนมาเป็นฐานคำนวณ โดยมีการปรับมูลค่าเงินให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เงินบำนาญสะท้อนความเป็นจริงของประวัติการส่งเงินสมทบตลอดอาชีพได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น
รายละเอียดการคำนวณและสิทธิประโยชน์
ภายใต้ระบบใหม่นี้ อัตราบำนาญพื้นฐานยังคงอยู่ที่ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ยตามสูตร CARE สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนหรือ 15 ปี และหากส่งเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ต่อทุกๆ 12 เดือนที่ส่งเกินไป ตัวอย่างเช่น หากส่งเงินสมทบ 20 ปี จะได้รับบำนาญ 27.5% และหากส่งยาวนานถึง 30 ปี จะได้รับสูงถึง 42.5% โดยหัวใจสำคัญคือเงินเดือนทุกช่วงเวลาของการทำงานจะมีผลต่อการคำนวณบำนาญ ไม่ใช่ดูแค่ช่วง 5 ปีสุดท้ายเท่านั้น
เหตุผลความจำเป็นในการปรับเปลี่ยน
หลายประเทศทั่วโลกที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความยั่งยืนของกองทุนบำนาญ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่าระบบที่อิงรายได้ตลอดอาชีพช่วยลดความได้เปรียบจากการเพิ่มเงินเดือนเฉพาะช่วงท้าย และช่วยให้บริหารจัดการกองทุนได้ยั่งยืนในระยะยาว สำหรับประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) การเปลี่ยนมาใช้สูตร CARE จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบประกันสังคม เพื่อให้มั่นใจว่ากองทุนจะสามารถดูแลผู้ประกันตนได้อย่างทั่วถึงในอนาคต
การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนเดิม
สำหรับผู้ที่เกษียณไปแล้วหรือกำลังจะเกษียณในเร็วๆ นี้ รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบ โดยหากคำนวณตามสูตรใหม่แล้วได้เงินมากกว่า ผู้ประกันตนจะได้รับเงินเพิ่ม แต่หากคำนวณแล้วได้น้อยกว่า ก็จะยังคงได้รับเงินตามอัตราเดิม ไม่มีการลดเงินบำนาญลงแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่จะเกษียณภายใน 5 ปีหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ หากสูตรใหม่ทำให้ได้รับเงินน้อยลง ก็จะมีมาตรการชดเชยแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น
ที่มา : youtube channel TNN Originals
