ทิศทางใหม่ของเชลซีกับการเดิมพันครั้งสำคัญ
ถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่าเชลซีไม่ได้มาเล่นๆ อีกต่อไป ภายใต้การกุมบังเหียนของ ชาบี้ อลอนโซ่ กุนซือหนุ่มไฟแรงผู้สร้างปรากฏการณ์ไร้พ่ายในบุนเดสลีกา สโมสรแห่งนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ชัดเจนและเปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน หลังจากหลายปีที่ผ่านมาระบบการบริหารงานเต็มไปด้วยความสับสนและการลองผิดลองถูก บอร์ดบริหารภายใต้กลุ่มทุนบลูโคได้บทเรียนราคาแพงจากการเปลี่ยนโค้ชบ่อยครั้งและการซื้อนักเตะดาวรุ่งมาสะสมจนล้นทีม โดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของกุนซือ วันนี้ทุกอย่างถูกปรับเปลี่ยนเพื่อมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จโดยตรง
การผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ด้วยนักเตะเกรดพรีเมียม
การเสริมทัพในซัมเมอร์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเชลซีเลิกใช้นโยบายปั้นดาวรุ่งขายต่อ แต่หันมาซื้อผู้เล่นระดับพร้อมใช้งานเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับท็อปทันที ดีลแรกที่โดดเด่นคือ มาร์โก ปาสตอร์ วิงแบ็คขวาดีกรีทีมชาติอิตาลีวัย 21 ปี จากอตาลันต้าด้วยค่าตัว 47 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นนักเตะที่ตอบโจทย์ระบบ 3-4-2-1 ของอลอนโซ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่การเติมเกมรุกและความแข็งแกร่งในเกมรับ
ดีลต่อมาที่สร้างความฮือฮาไปทั่วพรีเมียร์ลีกคือการกระชากตัว มอร์แกน โรเจอร์ส จากแอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัวสถิติใหม่ 117 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนว่าเชลซีต้องการแย่งชิงทรัพยากรระดับท็อปจากคู่แข่งร่วมลีก โรเจอร์สคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก ทั้งการจ่ายบอลทะลุช่องและการเล่นในพื้นที่ฮาล์ฟสเปซ ซึ่งจะเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนในระบบดับเบิล 10 คู่กับ พาลเมอร์ อย่างแน่นอน
ปิดท้ายด้วยการเสริมแนวรับที่แฟนบอลเรียกร้องมานานอย่าง ลาครัวซ์ ปราการหลังจากคริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 52 ล้านปอนด์ นักเตะวัย 25 ปีรายนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้ออนาคต แต่คือการเติมเต็มความเก๋าและประสบการณ์ในระบบหลัง 3 ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากการคว้าแชมป์หลายรายการกับสโมสรเดิม
วิเคราะห์แผนการเล่นและโอกาสลุ้นแชมป์
จากขุมกำลังที่เสริมเข้ามา มีความเป็นไปได้สูงมากที่เชลซีจะใช้ระบบ 3-4-2-1 ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้อลอนโซ่ประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยมี มาร์โก ปาสตอร์ และวิงแบ็คฝั่งซ้ายคอยขับเคลื่อนเกมริมเส้น ส่วนแดนกลางยังคงมี ไคเซโด และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เป็นหัวใจสำคัญ ในขณะที่แนวรุก มอร์แกน โรเจอร์ส จะเข้ามาสร้างมิติใหม่ร่วมกับ พาลเมอร์ เพื่อสนับสนุนกองหน้าตัวเป้า
จุดแข็งที่สุดของเชลซีในฤดูกาลนี้คือการที่พวกเขาไม่มีภารกิจฟุตบอลยุโรป ทำให้ ชาบี้ อลอนโซ่ มีเวลาเต็มที่ในการติดตั้งแทคติกและปรับจูนทีมให้คงเส้นคงวา เปรียบเสมือนสถานการณ์เดียวกับช่วงที่ อันโตนิโอ คอนเต้ พาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ด้วยระบบ 3-4-2-1 หากนักเตะตัวหลักปราศจากอาการบาดเจ็บรบกวน เชลซีมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นม้ามืดที่ก้าวขึ้นมาท้าชิงแชมป์กับทีมยักษ์ใหญ่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ที่มา : youtube channel วาทะลูกหนัง -Football Quotes-
