ยกระดับความแกร่ง: GWM TANK 300L รุ่นฐานล้อยาว
วงการรถยนต์สายลุยทรงกล่องต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ GWM ได้เปิดตัว GWM TANK 300L รุ่นปรับโฉมใหม่ (Minor Change) ที่ไม่ได้มาเพียงแค่การอัปเดตดีไซน์ แต่ยังมาพร้อมกับฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 3 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้นและเพิ่มความสามารถในการลุยที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม โดยรุ่นนี้ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของรถกลุ่ม PPV ในตลาดปัจจุบัน
ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถังที่เหนือกว่า
ในด้านงานออกแบบ TANK 300L ยังคงเอกลักษณ์ความบึกบึนด้วยไฟหน้าทรงกลม LED พร้อมแถบไฟ Daytime Running Light ตรงกลาง แต่มีการปรับเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ที่ดูทันสมัยขึ้นด้วยตัวอักษร TK สีดำ พร้อมกันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ มิติตัวถังของรุ่นฐานล้อยาวมีความยาว 4,886 มม. กว้าง 1,984 มม. และสูง 1,927 มม. โดยจุดเด่นที่สุดคือระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 26 ซม. เมื่อเทียบกับรุ่นปกติ ทำให้สัดส่วนตัวรถดูสมส่วนและดูใหญ่กว่ารถ PPV ยอดนิยมในไทยอย่าง Toyota Fortuner อย่างชัดเจน
การขยับล้อคู่หน้าให้ชิดกันชนมากขึ้นยังช่วยเพิ่มมุมปะทะ (Approach Angle) ได้ถึง 38 องศา และมีระยะต่ำสุดจากพื้นถึง 23.5 ซม. พร้อมลุยน้ำได้ลึกถึง 80 ซม. ซึ่งถือเป็นการปรับจูนที่ตอบโจทย์สายออฟโรดตัวจริง
ขุมพลัง PHEV ที่ทรงพลังและเหนือชั้น
สำหรับ TANK 300L สเปคจีนจะเน้นขุมพลัง Plug-in Hybrid (PHEV) เป็นหลัก โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือรุ่น Hi4-T ที่เน้นการลุยด้วยกำลังสูงสุด 421 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร และรุ่น Hi4-C ที่เน้นความแรงและระยะทางวิ่งไฟฟ้าที่ไกลกว่า ด้วยกำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,195 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 200 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
ภายในหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัย
ภายในห้องโดยสารมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ช่องแอร์กลางเปลี่ยนจากทรงกลมเป็นแนวนอน คอนโซลกลางเปลี่ยนไปใช้ปุ่มโหมดการขับขี่แทนคันเกียร์ที่ย้ายไปอยู่หลังพวงมาลัย หน้าจอมาตรวัดขนาด 12.3 นิ้ว และจอกลางสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ที่รองรับคำสั่งเสียงผ่าน AI รวมถึงมีฟังก์ชันสำหรับสายลุยโดยเฉพาะ เช่น ระบบจดจำเส้นทาง Offroad และช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ามากถึง 6 ช่อง
ระบบความปลอดภัยและฟีเจอร์อัจฉริยะ
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ใน TANK 300L จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Coffee Pilot 3.0 ที่ใช้เซ็นเซอร์รอบคันถึง 27 จุด รองรับระบบขับขี่อัตโนมัติ NOA (Navigate on Autopilot) ทั้งบนทางหลวงและในเมือง รวมถึงมี Centry Mode และระบบ Night Vision 2.0 ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ตอนกลางคืนได้อย่างชัดเจน
จากการทดสอบขับขี่จริงพบว่าช่วงล่างทำได้ดีเยี่ยม เก็บแรงสะเทือนได้นุ่มนวลแม้จะเป็นรถพื้นฐาน Body on Frame การตอบสนองของเครื่องยนต์มีความนุ่มนวลและทรงพลัง ทำให้ TANK 300L เป็นรถที่ครบเครื่องทั้งการใช้งานในเมืองและลุยป่าได้อย่างมั่นใจ คาดการณ์ราคาในไทยหากมีการนำเข้ามาทำตลาดอาจเริ่มต้นที่ประมาณ 1.37 ล้านบาท ซึ่งต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าทาง GWM จะนำเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อใด
ที่มา : youtube channel Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว
