ย้อนรอยความสัมพันธ์ที่แตกหัก: 10 ปีหลัง Brexit
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โลกต้องตกตะลึงกับการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรที่เลือกโหวตออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Brexit หลายฝ่ายเปรียบเปรยเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการหย่าร้างครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรป วันนี้เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งทศวรรษ เรามาสำรวจกันว่าเศรษฐกิจอังกฤษเปลี่ยนไปอย่างไร และความฝันที่อยากจะทวงคืนอธิปไตยนั้นคุ้มค่าหรือไม่
จุดเริ่มต้นของความพยายามและการแยกทาง
ก่อนที่อังกฤษจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปในอดีต พวกเขาต้องใช้ความพยายามถึง 3 ครั้งกว่าจะเข้าเป็นสมาชิกได้ในปี 1973 โดยสองครั้งแรกถูกขัดขวางโดยฝรั่งเศสด้วยเหตุผลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับสหรัฐฯ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่อยู่ใน EU อังกฤษมักมีจุดยืนที่แตกต่างและมักขอสิทธิ์ยกเว้นในหลายประเด็น เช่น การไม่ใช้เงินยูโร การไม่เข้าร่วมเขตแชงเกน และการต่อรองเงินสมทบงบประมาณ จนกระทั่งในปี 2016 ที่ความพยายามในการเจรจาขอเงื่อนไขพิเศษโดยเดวิด คาเมรอน ไม่สามารถต้านทานกระแสความไม่พอใจของประชาชนได้ นำไปสู่การลงประชามติที่เปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไปตลอดกาล
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสรรคทางการค้า
นักวิเคราะห์ชี้ว่าเศรษฐกิจอังกฤษในปัจจุบันมีขนาดเล็กลงกว่าที่ควรจะเป็นถึง 4-6% แม้จะไม่ใช่วิกฤตแบบฉับพลัน แต่ Brexit ได้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุปสรรคด้านศุลกากรและกฎระเบียบที่ซับซ้อน ผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวนมากต้องเผชิญกับภาระเอกสารที่เพิ่มขึ้นจนหลายรายเลือกที่จะเลิกส่งออกไปยังยุโรป ต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นราว 15% กลายเป็นภาระหนักที่กระทบต่อกำไรและซัพพลายเชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แรงงานกับความท้าทายในตลาดที่เปลี่ยนไป
การเคลื่อนย้ายแรงงานที่เคยเสรีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แรงงานจากยุโรปที่เคยเป็นฟันเฟืองสำคัญในภาคเกษตรกรรม โรงแรม และร้านอาหารลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด แม้รัฐบาลจะพยายามชดเชยด้วยแรงงานจากนอกสหภาพยุโรป แต่การสูญเสียกำลังคนในจุดที่พึ่งพาความเชี่ยวชาญเดิมยังคงส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตและประสิทธิภาพของภาคบริการ
ประเด็นพรมแดนไอร์แลนด์: สงบสุขท่ามกลางความกังวล
หนึ่งในความกังวลใหญ่คือเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งยาวนาน หลายฝ่ายกลัวว่า Brexit จะนำด่านตรวจชายแดนกลับมาอีกครั้ง แต่ด้วยพิธีสารไอร์แลนด์เหนือ ทำให้พรมแดนส่วนใหญ่ยังคงเปิดกว้างและรักษาข้อตกลงสันติภาพ Good Friday Agreement ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ความยุ่งยากในการค้าขายระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับส่วนอื่นของสหราชอาณาจักรยังคงเป็นโจทย์ที่ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการ
เส้นทางกลับสู่ EU: เป็นไปได้แต่ไม่ง่าย
ในทางกฎหมาย มาตรา 49 ของสนธิสัญญาสหภาพยุโรปเปิดโอกาสให้อังกฤษสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติ นี่คือโจทย์การเมืองที่ซับซ้อน อังกฤษต้องเริ่มกระบวนการสมัครใหม่ทั้งหมดภายใต้สถานะประเทศที่ 3 และต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากทั้ง 27 ประเทศสมาชิก EU โดยที่ไม่มีหลักประกันเลยว่าจะได้รับสิทธิพิเศษหรือข้อยกเว้นเหมือนในอดีตอีกต่อไป
บทสรุป: อนาคตที่ยังหาคำตอบไม่ได้
10 ปีหลัง Brexit สหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในสภาวะที่ก้ำกึ่งระหว่างการทวงคืนอธิปไตยกับการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ แม้จะเดินหน้าทำข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่รัฐบาลอังกฤษเองก็ยอมรับว่าไม่มีตลาดใดสามารถทดแทนความสำคัญของสหภาพยุโรปได้อย่างสมบูรณ์ อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับยุโรปจึงยังคงเป็นคำถามใหญ่ที่รอคำตอบและเป็นบทเรียนสำคัญของโลกยุคปัจจุบัน
ที่มา : youtube channel SPOTLIGHT
