สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำที่ Happitat บางนา กม. 7
วันนี้ผมพาทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ล่าสุดกับโครงการ Happitat ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 7 โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่เปรียบเสมือนโลกแห่งจินตนาการที่ถูกเนรมิตขึ้นมาภายใต้งบประมาณการลงทุนมหาศาลกว่า 15,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว้างขวางถึง 200,000 ตารางเมตร นี่คือ Big Project รูปแบบ Mixed-use ที่พร้อมจะเปลี่ยนโฉมย่านบางนาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง
ความโดดเด่นแรกที่ผมสัมผัสได้ทันทีเมื่อมาถึง คือสถาปัตยกรรมที่ดูทันสมัยและล้ำยุค โดยเฉพาะโครงสร้างหลังคาที่ถือว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความเหนือจินตนาการ คล้ายกับยานอวกาศที่ลงมาจอดอยู่กลางย่านบางนา ซึ่งในวันที่ผมไปเยี่ยมชมนั้น โครงการเพิ่งเปิดให้บริการเป็นวันแรก ทำให้บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้คนและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มากมาย
ดีไซน์ระดับโลก: ผสานความทันสมัยเข้ากับธรรมชาติ
จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Happitat คือการนำเอาเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยมาผสมผสานกับพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว เสาภายในโครงการได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจำลองรูปลักษณ์ของต้นไม้และดอกไม้เหล็กที่ดูสวยงามและวิจิตรบรรจง การเลือกใช้วัสดุอิฐแดงในบางโซนช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นตัดกับความล้ำสมัยของวัสดุโลหะและกระจกได้อย่างน่าอัศจรรย์
ไม่ว่าคุณจะเดินไปที่มุมไหนของโครงการ ผมกล้ารับประกันเลยว่าคุณจะต้องตื่นตาตื่นใจกับ Skywalk ที่มีหลังคาสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ วัสดุที่ใช้ทำหลังคาและโครงสร้างทางเดินเป็นไม้กันน้ำคุณภาพสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะให้ความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของการออกแบบที่คำนึงถึงทั้งฟังก์ชันและความสวยงามไปพร้อมกัน
โซนกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
โครงการนี้ถูกแบ่งออกเป็นโซนหลักๆ หลายโซน แต่ละโซนมีไฮไลท์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับครอบครัวและเด็กๆ จะต้องชื่นชอบโซนกิจกรรมที่มีหน้าจอ LED ขนาดใหญ่แบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมและสนุกสนานไปกับการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับวิ่งเล่นและกระโดดที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างจินตนาการโดยเฉพาะ
สำหรับสายกินและสายชิลล์ ที่นี่มีร้านค้าและบริการระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ เซเว่นอีเลฟเว่นในรูปแบบดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่สวยจนต้องหยุดถ่ายรูป, สตาร์บัคส์, และช็อปไอทีชั้นนำต่างๆ สิ่งที่ผมประทับใจคือการที่โครงการจัดสรรพื้นที่สีเขียวไว้แทรกซึมอยู่ในทุกชั้น ทุกระเบียง และทุกจุดเชื่อมต่อ ทำให้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ชั้น 4 หรือชั้น 5 ก็ยังรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติอยู่เสมอ
การจัดสรรพื้นที่และมุมถ่ายรูปสุด Exclusive
พื้นที่บริเวณหน้าห้างฯ เป็นจุดเชื่อมต่อที่สะดวกสบายสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัว โดยมีการจัดการระบบจราจรและการรับส่งที่ค่อนข้างเป็นระเบียบ แม้ในวันเปิดตัวจะมีผู้คนเนืองแน่น แต่การไหลเวียนของพื้นที่ก็ถูกออกแบบมาให้รองรับได้ดี นอกจากนี้ยังมีจุดเช็คอินที่เป็นสัญลักษณ์ เช่น การตกแต่งด้วยรูปน้องหมีน่ารักๆ ที่กลายเป็นจุดยอดฮิตให้ผู้คนมาต่อคิวถ่ายภาพกันอย่างไม่ขาดสาย
การเดินเชื่อมระหว่างตึกผ่าน Skywalk ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้ชมทัศนียภาพรอบๆ โครงการแล้ว ในช่วงเวลากลางคืนทางโครงการยังมีการเปิดไฟประดับประดาอย่างอลังการ ซึ่งจะเปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นเหมือนเรือสำราญหรูลอยฟ้า เป็นภาพที่หาดูได้ยากในโครงการอื่นทั่วไป และผมมั่นใจว่าที่นี่จะเป็นจุดรวมตัวใหม่ของคนรักการถ่ายภาพอย่างแน่นอน
บทสรุป: ทำไมคุณถึงควรมาเยือน Happitat
ผมขอยืนยันเลยว่า Happitat ไม่ใช่แค่ห้างฯ แต่มันคือประสบการณ์ทางศิลปะและสถาปัตยกรรม แม้ว่าในวันที่ไปเยี่ยมชมบางโซนอาจจะยังไม่เปิดให้บริการ 100% แต่ความอลังการของโครงสร้างและการตกแต่งก็นับว่าคุ้มค่าแก่การเดินทางมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง สำหรับใครที่มองหาที่เที่ยวใหม่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมแนะนำให้รีบมาเช็คอินก่อนที่คนจะแน่นจนเกินไป
อย่าลืมเตรียมกล้องถ่ายรูปของคุณให้พร้อม เพราะทุกตารางนิ้วของที่นี่คือฉากหลังที่สวยงามระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นทางเดินอุโมงค์ต้นไม้, ลานกิจกรรม, หรือแม้แต่ทางเข้าห้องน้ำที่ถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรบรรจง นี่คือแลนด์มาร์กใหม่ที่จะมาเขย่าวงการรีเทลย่านบางนาได้อย่างแน่นอน แล้วพบกันที่ Happitat นะครับ
ที่มา : youtube channel ชาตรี โนนจาน
