สัมผัสอิสระแห่งการเดินทางกับ Odyssey Lite
การมีรถบ้านสักคันอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน แต่ในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับรถบ้านรุ่น Odyssey Lite จากผู้ผลิต MJA Industry ซึ่งเป็นรถบ้านรุ่นที่ผู้บรรยายยกให้เป็นรุ่นที่มีราคาดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดเท่าที่เคยรีวิวมา โดยรถรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถกระบะ Isuzu D-Max เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้อย่างสะดวกสบาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,690,000 บาทเท่านั้น
วิศวกรรมการออกแบบและการผลิตที่เน้นความปลอดภัย
รถบ้านรุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำตู้มาวางบนกระบะ แต่ผ่านการคิดค้นตามหลักวิศวกรรมยานยนต์อย่างเข้มข้น โครงสร้างตัวรถเป็นการต่อช่วงท้ายแบบ Overhang ที่คำนวณระยะห่างจากเซนเตอร์ล้อให้เหมาะสมอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ของฐานล้อ เพื่อป้องกันระยะกวาดเวลาเลี้ยวในที่แคบ นอกจากนี้ยังมีการเสริมแหนบเพื่อรับน้ำหนักให้ตัวรถมีความสมดุลและไม่ห้อย ท้ายรถมีความแข็งแรงรองรับน้ำหนักรวมบรรทุกได้ถึง 2,650 กิโลกรัม ทำให้สามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัยโดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งช่วงล่างเพิ่มเติมให้สิ้นเปลืองงบประมาณ
วัสดุและการประกอบระดับพรีเมียม
ในด้านวัสดุ Odyssey Lite เลือกใช้เทคโนโลยี Composite 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในส่วนของตัวถังและเฟอร์นิเจอร์ โดยผิวภายนอกใช้ Fiber Reinforced Panel เกรดพิเศษที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีความหนาและเงางามสูง โครงสร้างภายในถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด มีการใช้ท่ออะลูมิเนียมในจุดที่ต้องการแรงยึดสกรูสูง เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนทำงานร่วมกันเป็นโครงสร้างเดียวหรือที่เรียกว่า Monocoque Body ทำให้รถไม่มีเสียงรบกวนจากการบิดตัวของตัวถังขณะเดินทาง
ฟังก์ชันการใช้งานภายในที่ใส่ใจรายละเอียด
ภายในรถมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้โปร่งสบายมากขึ้น โดยเพิ่มความสูงจากพื้นถึงเพดานเป็น 2 เมตร ซึ่งถือว่าสูงสุดในบรรดารถบ้านที่ผลิตในไทย ทำให้การนั่งหรือทำกิจกรรมภายในรู้สึกไม่อึดอัด ไฮไลท์สำคัญคือพื้นที่เตียงนอนด้านบนที่ออกแบบให้กว้างขึ้นและสามารถนั่งได้โดยไม่ติดเพดาน รวมถึงการทำช่องเก็บของลับเพื่อความปลอดภัย และปลั๊กไฟที่รองรับการใช้งานอุปกรณ์การแพทย์อย่างเครื่อง CPAP สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่
ระบบไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ระบบภายในรถได้รับการออกแบบมาอย่างทันสมัย มีระบบแผงคอนโทรลที่ใช้งานง่ายผ่านไอคอนสัมผัส มาพร้อมกับอินเวอร์เตอร์ขนาด 3 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่มาตรฐาน 7.2 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถอัปเกรดได้ถึง 14.3 กิโลวัตต์ อีกทั้งยังมีแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 450 วัตต์ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน สำหรับห้องน้ำมีการจดสิทธิบัตรการดรอปพื้นลง 20 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้สระผมได้สะดวก โดยยังคงระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงแม้รถจะจอดในพื้นที่เอียง
ความคุ้มค่าที่มาพร้อมการรับประกัน
สำหรับใครที่สนใจรถรุ่นนี้ มีตัวเลือกทั้งแบบ Isuzu D-Max ขับเคลื่อน 2 ล้อ ในราคา 1,690,000 บาท และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในราคา 1,890,000 บาท หรือหากเลือกพื้นฐานรถ Toyota Revo ก็มีราคาที่น่าสนใจเช่นกัน โดยรถทุกคันมีการจดทะเบียนเป็นรถยนต์เฉพาะกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญคือมีการรับประกันคุณภาพนานถึง 2 ปี พร้อมแผนการขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุกภาคทั่วไทย เพื่อความอุ่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศในอนาคต
ที่มา : youtube channel Rod on Tube
