เจาะลึกโครงการ Cari อารีย์: นิยามใหม่ของบ้านหรูใจกลางเมืองที่หายากที่สุด
เมื่อพูดถึงย่านอารีย์ หลายคนมักจะนึกถึงความครบครัน ทั้งเรื่องการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และอาหารการกินที่เต็มไปด้วยร้านอาหารระดับมิชลินหรือคาเฟ่เก๋ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ความวุ่นวายในบางซอย รถที่ติดขัด หรือปัญหาการจอดรถ ก็เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การอยู่อาศัยแบบส่วนตัวกลายเป็นเรื่องยาก วันนี้ผมจะพาไปสัมผัสกับโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งความเงียบสงบในย่านอารีย์ นั่นคือโครงการ Cari อารีย์ โครงการบ้านระดับ Rare Item ที่มีเพียง 4 ยูนิตเท่านั้น
โครงการนี้ตั้งอยู่ในทำเลพิบูลวัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ ถนนกว้างขวาง และมีความร่มรื่นสูงมาก ต่างจากภาพจำของซอยอื่นๆ ในอารีย์อย่างสิ้นเชิง ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ดึงเอาสไตล์ Beach Front จากแคลิฟอร์เนียมาผสมผสานกับบริบทของความเป็นอารีย์และกลิ่นอายแบบไทย ทำให้บ้านหลังนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว
เบื้องหลังการออกแบบและแนวคิดจากสถาปนิกระดับโลก
Cari อารีย์ พัฒนาโดยบริษัท Yar Living ซึ่งมีจุดเด่นคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งเป็นสถาปนิกที่มีประสบการณ์การออกแบบยาวนานกว่า 12 ปีในวอชิงตัน ดีซี และเคยร่วมงานกับสถาปนิกระดับตำนานอย่าง Richard Meier มาแล้ว ประสบการณ์เหล่านี้ถูกถ่ายทอดลงมาสู่ตัวบ้านที่เน้นการรับแสงและลมธรรมชาติอย่างเต็มที่
การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมีการจัดลำดับความสำคัญของฟังก์ชันอย่างชาญฉลาด ทุกมุมมองภายในบ้านถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้เห็นบ้านข้างๆ เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับผู้อยู่อาศัย แม้จะเป็นโครงการขนาดเล็กที่มีเพียง 4 ยูนิต แต่โครงการมีความเปิดกว้างเพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถปรับแต่งหน้าบ้านตามสไตล์ส่วนตัวได้
ฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้าน: การจัดวางที่ลงตัว
เมื่อก้าวเข้ามาภายในบ้าน พื้นที่แรกที่พบคือ Foyer ต้อนรับที่แยกสัดส่วนชัดเจนสำหรับการถอดและเก็บรองเท้า ก่อนจะเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่รับแขกที่มีช่องแสงขนาดใหญ่ ซึ่งเลือกใช้กระจก Low-E 2 ชั้นที่มีก๊าซอยู่ตรงกลาง ช่วยเรื่องการกันเสียง กันความร้อน และป้องกันการเกิดฝ้า ทำให้มุมนี้เป็นจุดพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอุณหภูมิภายนอก
ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นและครัว โครงการมีการออกแบบที่น่าสนใจโดยการลดระดับพื้นเพื่อแบ่งโซนการใช้งาน พื้นที่ครัวมาพร้อมกับชุด Build-in ที่ครบครัน ทั้งเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เตาอบ และไมโครเวฟจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมตู้เย็นที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับโต๊ะรับประทานอาหารที่รองรับได้ถึง 4-6 ที่นั่ง ทำให้พื้นที่ส่วนนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญของบ้าน
ห้อง Master Bedroom และฟังก์ชันชั้นบน
ขึ้นมาที่ชั้น 2 สมาชิกในครอบครัวจะได้พบกับ Living Area ขนาดใหญ่ที่มีฝ้าเพดานสูงถึง 5.5 เมตร สร้างความรู้สึกโปร่งโล่งและโอ่อ่า ผนังบางส่วนถูกออกแบบให้เป็น Double Wall เพื่อกันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีดีเทลผนังที่ออกแบบมาเพื่อการจัดวางงานศิลปะหรือตู้โชว์อย่างมีสไตล์
ห้อง Master Bedroom ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สามารถเปิดกว้างเพื่อรับลมหรือปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวได้ มีโซนพักผ่อนแยกเป็นสัดส่วน พร้อมห้องน้ำที่ใช้สุขภัณฑ์อัตโนมัติจาก Toto และอ่างอาบน้ำหรูหรา รวมถึงยังมีห้องนอนอีก 2 ห้องที่มาพร้อมห้องน้ำในตัว ทำให้สมาชิกทุกคนได้รับความสะดวกสบายอย่างเท่าเทียมกัน
พื้นที่อเนกประสงค์ ดาดฟ้า และศักยภาพของทำเล
ชั้น 3 เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทำงาน หรือจะปรับเป็นห้องนอนเพิ่มเติมก็ได้ ด้านในมีห้องพักแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว นอกจากนี้ยังมีระเบียงกว้างที่มาพร้อมอ่างจากุซซี่สำหรับแช่น้ำผ่อนคลาย และดาดฟ้าที่เปิดโล่งให้คุณสามารถรับลม ชมวิวเมือง หรือดูดาวได้ในยามค่ำคืน
ทำเลที่ตั้งของ Cari อารีย์ อยู่บนถนนพิบูลวัฒนา 3 ซึ่งถือเป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ เพราะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านจัดสรรแห่งที่ 2 ของประเทศไทย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ผังถนนที่นี่เป็นระเบียบคล้ายตารางหมากรุก ขับรถเข้าออกง่าย และที่สำคัญคือไม่มีประวัติน้ำท่วม ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง การเดินทางเข้าออกเมืองก็สะดวก ทั้งจากทางพหลโยธิน หรือจะขึ้นทางด่วนก็ทำได้ง่ายดาย อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยโรงเรียนและโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย
ที่มา : youtube channel คิดเรื่องอยู่ ThinkofLiving
