บทเรียนจากความล้มเหลวสู่ความสำเร็จของ ICHITAN
การล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดในชีวิตการทำธุรกิจ คุณตัน ภาสกรนที ได้แบ่งปันมุมมองที่น่าสนใจว่า ประสบการณ์ที่เคยล้มเหลวในอดีตคือครูที่ดีที่สุด เพราะถ้าเราสามารถล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ได้เร็วพอ เราจะเรียนรู้ที่จะป้องกันความเสี่ยงในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ในโลกของธุรกิจ จังหวะเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก หากล้มแล้วเริ่มใหม่เร็วไปอาจยังไม่พร้อม แต่หากช้าไปทุกอย่างก็อาจสายเกินแก้
ในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 โรงงานผลิตชาเขียวของคุณตันเพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ และยังไม่ได้เริ่มเดินสายการผลิตชาเขียวแม้แต่ขวดเดียว แต่กลับต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ความเสียหายจากการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาทในขณะนั้นถือเป็นบทเรียนราคาแพง แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งและทัศนคติที่ว่า เริ่มได้ถ้าหัวใจไม่ยอมแพ้ ทำให้คุณตันสามารถฟื้นฟูกลับมาผลิตสินค้าได้ภายในเวลาเพียง 111 วันเท่านั้น
กลยุทธ์การบริหารธุรกิจให้ไร้หนี้และเติบโตอย่างมั่นคง
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไม ICHITAN ถึงสามารถรักษาสภาพคล่องและแทบไม่มีหนี้สินได้ คำตอบคือการมีวินัยทางการเงินและการมองธุรกิจเป็นเสมือนบ่อน้ำพุที่มีรายได้ไหลเข้ามาทุกวัน เมื่อไม่มีหนี้ คุณตันจึงไม่ต้องกังวลเรื่องดอกเบี้ยหรือค่าเสื่อมราคาที่กดดันกระแสเงินสด ทำให้สามารถนำเงินกำไรไปต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาสินเชื่อธนาคารมากเกินไป
นอกจากนี้ การนำระบบออโตเมชั่น (Automation) มาใช้ในโรงงานยังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บริษัทใช้พนักงานเพียง 100 กว่าคน แต่สามารถผลิตสินค้าได้มหาศาล ความแม่นยำของเครื่องจักรช่วยลดความผิดพลาดและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นตัวอย่างของการปรับตัวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีที่ธุรกิจยุคใหม่ควรนำไปปรับใช้
ปรัชญาการตั้งราคาและการทำธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
คุณตันมีวิธีคิดการตั้งราคาที่แตกต่างจากนักธุรกิจทั่วไป คือ แทนที่จะนำต้นทุนมาบวกกำไรแล้วตั้งราคาขาย คุณตันกลับเริ่มจากปลายทาง คือการตั้งราคาที่ลูกค้าพอใจและรู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุดก่อน จากนั้นจึงค่อยกลับมาบริหารจัดการต้นทุนภายในให้มีประสิทธิภาพ เมื่อสินค้าได้รับความนิยมสูง ยอดขายที่มากขึ้นจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้เองโดยอัตโนมัติ
แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า แต่ยังเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์สามารถสู้กับคู่แข่งได้แม้ในตลาดที่มีคู่แข่งรายใหญ่ หรือมีโรงงานผลิตจำนวนมาก การไม่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง (ไม่เลี้ยงหมูเองแต่ขายไส้กรอก) คือการแบ่งความเสี่ยงและแบ่งกำไรให้กับพาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นการลดภาระต้นทุนคงที่และทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวสูง
การลงทุนในระยะยาวและคุณค่าที่มากกว่ากำไร
ในยุคที่หลายบริษัทมุ่งหวังกำไรรายไตรมาส คุณตันกลับให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวและการสร้างคุณค่าให้กับสังคม การพัฒนาโครงการที่เชียงใหม่หรือศรีราชา ไม่ใช่เพียงแค่การแสวงหาผลกำไรจากอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการสร้างจุดหมายปลายทางใหม่ที่สร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น ช่วยให้เกิดการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน
การปลูกต้นไม้เป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณตันเน้นย้ำ แม้จะเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เวลานานนับสิบปี แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นประเมินค่าไม่ได้ ทั้งในแง่ของความสวยงาม สภาพแวดล้อม และความสุขของผู้คน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวัย 67 ปี ไม่ใช่แค่จำนวนตัวเลขในบัญชี แต่คือการส่งต่อมรดกและแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง
คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่และการปรับตัวสู่ยุค AI
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจ ในยุคนี้ถือว่าโจทย์ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เพราะเทคโนโลยีช่วยให้เราเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องมีหน้าร้านหรือสต็อกสินค้าขนาดใหญ่ คำแนะนำสำคัญคือต้องหมั่นเรียนรู้ภาษาและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การเขียนจดหมาย หรือการบริหารจัดการข้อมูล หากใครยังยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ต้นทุนจะสูงขึ้นและเสียเปรียบในการแข่งขัน
ท้ายที่สุด การส่งต่อธุรกิจให้ลูกหลานไม่ควรเป็นการบังคับ แต่ควรให้เขาได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ การปล่อยให้ลูกได้เจอกับความล้มเหลวในระดับที่จัดการได้ จะสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งกว่าการประเคนทุกอย่างให้โดยไม่ผ่านการลงมือทำ การเป็นนักธุรกิจที่ดีคือการเป็นผู้กำกับที่คอยสนับสนุนให้คนรุ่นต่อไปได้เติบโตในแบบของตัวเอง
ที่มา : youtube channel Future Trends
