ยุทธศาสตร์การเติบโตของ Hyundai ในตลาดสหรัฐอเมริกา
ตลาดสหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ Hyundai ในการผลักดันการเติบโตระดับโลก โดยในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา Hyundai สามารถสร้างอัตราการเติบโตของยอดขายในสหรัฐฯ ได้สูงถึงเกือบ 50% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ในขณะที่บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายรายต้องเผชิญกับภาวะชะงักงัน แต่ Hyundai กลับสามารถแซงหน้าคู่แข่งสำคัญอย่าง Honda และ Stellantis ได้สำเร็จ และในปัจจุบันพวกเขากำลังไล่บี้ Ford ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสามของประเทศอย่างใกล้ชิด
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจให้เข้ากับตลาดท้องถิ่นมากขึ้น โดยการลดการพึ่งพาการจัดการจากเกาหลีใต้หรือทีมวิจัยและพัฒนาจากส่วนกลาง และหันมาสร้างขีดความสามารถทางวิศวกรรมและเทคนิคในสหรัฐฯ โดยตรง เพื่อให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคชาวอเมริกันได้อย่างลึกซึ้งที่สุด
การแก้ปัญหา Supply Chain ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิต
ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน หรือมีโรงงานที่ต้องหยุดผลิตเนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลง Hyundai กลับอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พวกเขากำลังประสบปัญหาในเชิงบวกนั่นคือ ความต้องการของตลาดสูงกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ ทำให้บริษัทต้องเร่งสร้างโรงงานใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นี่คือจุดที่ทำให้ Hyundai โดดเด่นกว่าใคร เพราะในวันที่คู่แข่งกำลังเผชิญกับภาวะโรงงานว่างเปล่า Hyundai กลับต้องเดินเครื่องจักรเต็มกำลังเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ได้กลายเป็นที่ยอมรับในตลาดสหรัฐฯ อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านคุณภาพ ดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานในยุคใหม่
การปรับตัวท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และภาษี
อุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทาย ตั้งแต่ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การกีดกันทางการค้า ไปจนถึงอัตราภาษีนำเข้าที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม Hyundai สามารถนำทางผ่านวิกฤตเหล่านี้ได้อย่างชาญฉลาด ด้วยกลยุทธ์การย้ายฐานการผลิตมาไว้ในสหรัฐฯ (Localization) เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีศุลกากร
ผู้บริหารระดับสูงของ Hyundai ยอมรับว่าปัญหาภาษีไม่ได้เป็นอุปสรรคที่น่ากังวล แต่กลับเป็นตัวเร่งให้บริษัทต้องรีบดำเนินแผนการสร้างโรงงานในสหรัฐฯ ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยแผนการลงทุนมูลค่า 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2025 ถึง 2028 ถือเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเข้ามาทำตลาดในสหรัฐฯ เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งโรงงานใหม่ในรัฐจอร์เจียคือเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นนี้
ความสำเร็จของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์: จาก Genesis สู่ Kia
กุญแจสำคัญที่ทำให้ Hyundai เติบโตอย่างรวดเร็วคือความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่แบรนด์หรูอย่าง Genesis ที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการไต่อันดับขึ้นมาเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 7 ในสหรัฐฯ แซงหน้าคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง Porsche และ Jaguar Land Rover ไปจนถึงแบรนด์ Kia ที่เน้นความคุ้มค่าและดีไซน์ที่ทันสมัย
การพัฒนาของ Kia ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก โดยแบรนด์มุ่งเน้นที่การยกระดับคุณภาพ การดีไซน์ที่โดดเด่น และการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูมีระดับ ซึ่งเป็นสามประสานที่ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่แบรนด์แม่เองก็ยังคงรักษาความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความต้องการของลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม
อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าและเป้าหมายใหม่ในตลาด SUV และรถกระบะ
ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Hyundai ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์เรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริดที่มียอดขายเติบโตมากกว่า 70% ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันยังคงให้ความสำคัญกับทางเลือกที่หลากหลาย
เป้าหมายต่อไปของ Hyundai คือการขยายฐานเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็น 'ขนมปังและเนย' หรือสินค้าหลักของผู้ผลิตรายใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง Ford นั่นคือ รถกระบะและรถ SUV ขนาดใหญ่ หาก Hyundai สามารถเจาะตลาดกลุ่มนี้ได้สำเร็จด้วยนวัตกรรมที่เหนือกว่า ก็จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดตัวจริงในอนาคตอันใกล้นี้
ที่มา : youtube channel CNBC
