ก้าวแรกบนเส้นทางธุรกิจ: จากเงิน 5 ล้าน สู่ความสำเร็จ 85 ล้าน
การเริ่มต้นธุรกิจของเบียร์ ใบหยก ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้จะเติบโตมาในตระกูลธุรกิจใหญ่ แต่เขากลับเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเองตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเล่าว่าจุดเปลี่ยนสำคัญคือการตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารโดยใช้เงินลงทุนประมาณ 5-6 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่พิสูจน์ความสามารถของเขาได้อย่างชัดเจน ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี เขาสามารถทำรายได้ถึง 85 ล้านบาทจากการขายแบรนด์แฟรนไชส์ที่พัฒนาขึ้นให้กับเจ้าของเดิม นี่คือบทเรียนแรกที่สอนให้เขารู้จักการมองโอกาสและการสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์
มุมมองต่อความสุขและการบริหารชีวิต: ทำไมการหาเงินถึงไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด
ในยุคปัจจุบัน เบียร์ ใบหยก มองว่าสิ่งที่ยากกว่าการหาเงิน คือการหาความสุขที่แท้จริง เขาเน้นย้ำว่าความรวยไม่ใช่คำตอบทั้งหมดหากต้องแลกมาด้วยความกดดันหรือการสูญเสียอิสรภาพในการใช้ชีวิต เขาเลือกที่จะไม่นำธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพราะต้องการคงอิสระในการตัดสินใจ และการบริหารงานในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งเน้นความสุขของครอบครัวและความยั่งยืนมากกว่าการวิ่งตามตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว
ปรัชญาการทำงานในแบบเถ้าแก่: ความขยันคือหัวใจสำคัญ
แม้หลายคนจะมองว่าเขาเป็นคนที่มีแต้มต่อจากครอบครัว แต่เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จนั้นเกิดจากความขยันและวินัยที่สม่ำเสมอ เขาไม่ได้มองว่าตนเองเป็นคนเก่งที่เหนือกว่าผู้อื่น แต่เขาทดแทนความเก่งด้วยความขยันที่มากกว่าคนอื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการลงไปดูแลหน้างานด้วยตัวเอง การเสิร์ฟอาหาร หรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา การสร้าง Personal Branding ของเขาเกิดขึ้นจากธรรมชาติและความเป็นตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงและชื่นชอบในตัวตนของเขาอย่างแท้จริง
การบริหารความสัมพันธ์ในครอบครัวและกงสี
การทำงานร่วมกับคุณพ่อและครอบครัวในรูปแบบกงสีอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เขาเลือกที่จะลดทอนความขัดแย้งด้วยการเป็นฝ่ายถอยและให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในครอบครัวมากกว่าเรื่องธุรกิจ การเลี้ยงดูลูกๆ ของเขาก็เน้นการสอนให้รู้จักคุณค่าของเงินและการทำงานหนัก เขาเชื่อว่าการส่งต่อความมั่นคงให้รุ่นลูกโดยที่พวกเขาไม่ลำบากคือมรดกที่ล้ำค่าที่สุด
คำแนะนำถึงคนรุ่นใหม่: ค่อยเป็นค่อยไปแต่ต้องสม่ำเสมอ
สำหรับคำแนะนำที่ฝากไว้ถึงคนรุ่นใหม่คือ อย่ารีบร้อนจนเกินไป ความสำเร็จต้องใช้เวลาและดวงประกอบกับความสามารถ หากคุณเก่งด้านไหนให้ต่อยอดด้านนั้น อย่าพยายามฝืนทำในสิ่งที่ขัดกับตัวตน และที่สำคัญที่สุดคือต้องรักษาสุขภาพและหาเวลาให้ความสุขส่วนตัว เพราะสุดท้ายแล้วเงินที่มีจะไม่มีความหมายเลยหากคุณไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต
ที่มา : youtube channel ToppJirayut
