การแข่งขันในตลาดร้านสะดวกซื้อไทย: CJ MORE กับความท้าทายครั้งใหม่
ในยุคที่ตลาดร้านสะดวกซื้อไทยถูกครอบงำด้วยยักษ์ใหญ่มาอย่างยาวนาน คำถามที่ว่า CJ MORE จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่โค่นบัลลังก์ 7-Eleven ได้หรือไม่ กลายเป็นหัวข้อที่นักกลยุทธ์ธุรกิจต่างจับตามอง แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะมีผู้เล่นหลายรายพยายามเข้ามาเขย่าส่วนแบ่งตลาด แต่ก็ยังไม่มีใครทำได้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ของ CJ MORE ในปัจจุบันมีความแตกต่างและน่าสนใจมากกว่าในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
กลยุทธ์เด็ด 3 ประการที่ทำให้ 7-Eleven ต้องหันมามอง
จากการวิเคราะห์เชิงลึก พบว่ามี 3 กลยุทธ์หลักที่ทำให้ CJ MORE แตกต่างและกลายเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขาม ประการแรกคือ กลยุทธ์การรับรู้ราคา (Pricing Perception) ซึ่งไม่ได้หมายถึงการทำสงครามราคาในทุกสินค้า แต่เป็นการเลือกสินค้าที่เป็นหัวใจหลักในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ หรือน้ำดื่ม มาตั้งราคาให้ดูคุ้มค่าและถูกกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าหลักเหล่านี้ราคาถูก ก็จะเกิดความรู้สึกเหมารวมว่าสินค้าอื่นๆ ในร้านก็น่าจะถูกไปด้วย ซึ่งเป็นจิตวิทยาการตลาดที่ทรงพลังมาก
การปรับตัวตามพื้นที่และความเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตย่อส่วน
ประการที่สองคือการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตย่อส่วน (Mini Supermarket) ซึ่งครอบคลุมสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้มากกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไป ทำให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ และประการที่สามคือกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนสินค้าตามพื้นที่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด CJ MORE สามารถคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะถิ่นได้ดีกว่า เพราะไม่ยึดติดกับมาตรฐานเดียวที่ต้องเหมือนกันทั้งประเทศเหมือนร้านสะดวกซื้อรายใหญ่
อุปสรรคสำคัญ: ทำไมการเอาชนะยักษ์ใหญ่ถึงเป็นเรื่องยาก
แม้ CJ MORE จะเติบโตอย่างน่าจับตา แต่การจะโค่นล้ม 7-Eleven ในระยะเวลา 3-5 ปีนั้น ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อไม่ได้มีแค่เรื่องหน้าร้าน แต่คือเรื่องของระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง การเติมสินค้าให้ทันท่วงทีในทุกสาขา และเงินทุนมหาศาลที่ต้องใช้ในการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม ซึ่งระบบโลจิสติกส์ของเครือ CP นั้นมีความลึกซึ้งและเหนือกว่าอย่างเทียบได้ยาก รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ติดความเคยชินกับแบรนด์เดิม (Default Choice) ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ทำลายได้ยากที่สุด
โดยสรุป การก้าวขึ้นมาของ CJ MORE คือการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดที่ยักษ์ใหญ่ยังเข้าไม่ถึง แม้โอกาสที่จะขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในระยะเวลาอันสั้นจะเป็นไปได้ยาก แต่การแข่งขันในตลาดนี้ย่อมส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน เพราะเราเริ่มเห็นทางเลือกใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น และในอนาคตเราอาจได้เห็นการเติบโตที่น่าสนใจของธุรกิจค้าปลีกในไทยที่ไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าเดียวอีกต่อไป
ที่มา : youtube channel I am Joe Jitnarin
