การปรับตัวของธุรกิจรีเทลในยุคที่การแข่งขันสูง
ในสมรภูมิธุรกิจค้าปลีกที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงลิ่ว การพึ่งพาเพียงแค่สงครามราคาไม่สามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้อีกต่อไป HomePro จึงเลือกก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดเดิมด้วยการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งผ่านโมเดล Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งกลายเป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์และโอกาสที่ซ่อนอยู่
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษในปี 2568 ระบุว่าประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์สะสมสูงถึงกว่า 78,000 ตัน ซึ่งเปรียบเทียบได้กับรถบรรทุกสิบล้อจำนวนมหาศาล แต่ที่น่ากังวลคือมีเพียง 10% เท่านั้นที่ถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง ในขณะที่อีก 90% กลายเป็นขยะที่สูญเปล่า HomePro จึงมองเห็น Pain Point นี้และนำมาเชื่อมโยงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่แม้เครื่องเดิมจะยังไม่เสีย หรือต้องการกำจัดของเก่าที่ไม่มีที่ทิ้ง โครงการ แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทั้งความต้องการของลูกค้าและการดูแลสิ่งแวดล้อม
กระบวนการสร้าง Circular Product แบบครบวงจร
การจะทำธุรกิจให้เกิด Circular Economy อย่างแท้จริงไม่ใช่แค่การรับของเก่าคืน แต่คือการสร้างระบบปิดหรือ Closed Loop เริ่มจากการร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง SCG ในการนำชิ้นส่วนสินค้าเก่ามาผ่านกระบวนการรีไซเคิลจนได้เม็ดพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) เพื่อนำกลับมาผลิตเป็นสินค้าใหม่ที่ได้มาตรฐานสากล เช่น กระเบื้องที่นำวัสดุเหลือใช้มาเป็นส่วนผสม หรืออุปกรณ์จัดเก็บและพัดลมที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งสินค้าเหล่านี้ผ่านการทดสอบคุณภาพจนมั่นใจได้ว่ามีประสิทธิภาพไม่ต่างจากสินค้าที่ผลิตจากวัสดุใหม่
ความโปร่งใสผ่านระบบ Traceability
เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพและผลลัพธ์ต่อโลก HomePro ได้นำระบบ Traceability มาใช้ โดยลูกค้าสามารถสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบที่มาของชิ้นส่วนสินค้า และยังสามารถทราบถึงปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นนั้นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่ทำไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ แต่คือการลงมือทำจริงเพื่อสร้างคุณค่าที่วัดผลได้
เป้าหมายสู่ 20,000 ล้านบาทในอนาคต
ความสำเร็จของโมเดลนี้สะท้อนผ่านตัวเลขรายได้จากสินค้ารักโลกที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จาก 190 ล้านบาทในปี 2567 พุ่งขึ้นสู่ระดับเกือบ 1,000 ล้านบาทในเวลาเพียงหนึ่งปี และบริษัทตั้งเป้าที่จะผลักดันยอดขายสินค้ารักโลกให้แตะระดับ 20,000 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มไลน์สินค้าให้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่า การเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมนั้นคุ้มค่าทั้งในด้านราคาและคุณภาพชีวิต
การเป็น Home Lifetime Company
หัวใจสำคัญที่ทำให้ HomePro ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงคือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายสินค้าไปสู่การเป็นพันธมิตรในการดูแลบ้านตลอดชีวิต ผ่านการบริการจาก ช่างโฮมโปร ที่เข้ามาช่วยซ่อมแซมและยืดอายุการใช้งานของสินค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การสร้าง Ecosystem ที่ครบวงจรทั้งการขาย การติดตั้ง และการดูแลหลังการขาย รวมถึงการสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ที่มา : youtube channel ลงทุนแมน
