การเปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่ของ SCBX
ภายใต้การก้าวมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของกลุ่ม SCBX ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำองค์กรก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว โดยเน้นย้ำถึงการสานต่อรากฐานที่แข็งแกร่งจากผู้บริหารท่านเดิม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นองค์กร AI-First ที่แท้จริง การบริหารงานในระยะ 90-100 วันแรก จะมุ่งเน้นไปที่ 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร (Communicate) ถึงวิสัยทัศน์ใหม่ให้กับคนในองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเชื่อมต่อ (Connect) กับทีมผู้บริหารเพื่อทำความเข้าใจบทบาทที่เปลี่ยนไป และการเริ่มดำเนินงาน (Kick-off) ตามแผนงานระยะยาวที่วางไว้ เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในท่ามกลางความท้าทายของโลกการเงินสมัยใหม่
จากวิศวกรสู่ผู้นำการเงินยุคเทคโนโลยี
ด้วยพื้นฐานการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่เข้มข้น ทำให้ผู้บริหารท่านนี้มองเห็นศักยภาพของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการเงินได้อย่างเฉียบคม การทำความเข้าใจระบบ ตัวเลข และการวิเคราะห์ความเสี่ยง เป็นทักษะที่สอดคล้องกับธรรมชาติของธนาคารยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีเป็นหัวใจหลัก แม้ในช่วงแรกอาจดูเหมือนเป็นคนละสายงาน แต่ด้วยประสบการณ์กว่า 16 ปีภายในกลุ่มธุรกิจนี้ ทำให้มีความเข้าใจลึกซึ้งถึงกระบวนการทำงาน การวางยุทธศาสตร์ และการสร้างความสมดุลระหว่างการบริหารความเสี่ยงกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับลูกค้า
การสร้าง AI-First Organization ที่วัดผลได้จริง
นโยบาย AI-First ไม่ใช่เพียงแค่สโลแกน แต่คือการปรับโครงสร้างพื้นฐานให้ AI แทรกซึมอยู่ในทุกอนูของการทำงาน ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การบริหารต้นทุน ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การเปลี่ยนผ่านจากจุดทดลองเล็กๆ สู่ระดับ Enterprise Grade ที่สามารถขยายผลได้จริง เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานจาก 10 ขั้นตอนให้เหลือเพียง 5 ขั้นตอน ส่งผลให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลง และแม่นยำยิ่งขึ้น โดยที่ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจการเงิน
บทบาทของ Virtual Bank ในระบบนิเวศการเงิน
การก้าวเข้าสู่ธุรกิจ Virtual Bank เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารแบบเดิมอาจเข้าไม่ถึง โดยใช้ความได้เปรียบทางด้านต้นทุนที่ต่ำกว่าในการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาช่วยในการประเมินเครดิต แม้ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า อาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างพลิกฝ่ามือ แต่ในระยะยาว ทั้งธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมและ Virtual Bank จะเริ่มปรับตัวเข้าหากัน โดยเน้นทั้งความเร็ว (Speed) และขนาด (Scale) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น
กลยุทธ์การบริหารยานลูกและการสร้างมูลค่า
การบริหารกลุ่มบริษัทในเครือเปรียบเสมือนการดูแลลูกที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างกัน โดยมีธนาคารหลักเป็นฐานที่มั่นคงและแข็งแกร่ง (Core Business) ในขณะที่บริษัทในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อและเทคโนโลยีทางการเงิน (Gen 2) ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์แห่งการเติบโต (Growth Engine) ที่เน้นความเร็วและการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด การตัดสินใจในอนาคตเรื่องการ Spin-off หรือการระดมทุนนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงการปลดล็อกมูลค่า (Unlock Value) และการสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้สูงขึ้นตามมาตรฐานภูมิภาค
การบริหารปันผลและความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น
นโยบายการจ่ายเงินปันผลยังคงมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนรวม (Total Shareholder Return) ที่คุ้มค่า โดยให้ความสำคัญกับการแบ่งสรรกำไรระหว่างการนำไปลงทุนต่อเพื่อสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่งกับการคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น การบริหารจัดการทางการเงินที่รอบคอบนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน แม้ในสภาวะที่เศรษฐกิจอาจจะยังไม่โตตามคาดการณ์ แต่การมุ่งเน้นเพิ่ม Productivity และการบริหารต้นทุนที่ดี จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถรักษาสมดุลและสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งต่อไปได้ในอนาคต
ที่มา : youtube channel ลงทุนแมน
