T
ITBlock - Business

เจาะลึกยุทธศาสตร์จีนโยกทองคำพักฮ่องกง: เกมอำนาจใหม่ที่มากกว่าการเก็งกำไร

เจาะลึกยุทธศาสตร์จีนโยกทองคำพักฮ่องกง: เกมอำนาจใหม่ที่มากกว่าการเก็งกำไร

การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่: เมื่อทองคำสำรองของจีนเริ่มย้ายถิ่นฐาน

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูง การบริหารจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนกลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะข่าวการที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) เริ่มทยอยเคลื่อนย้ายทองคำสำรองบางส่วนออกจากลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำของโลกมานานหลายทศวรรษ เข้ามาเก็บรักษาและบริหารจัดการที่ฮ่องกงแทน การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการย้ายที่เก็บให้ใกล้บ้านมากขึ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนและมีนัยสำคัญต่อระเบียบการเงินโลก

ปัจจุบันจีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่สะสมทองคำอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 เดือน โดยข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่าจีนมีปริมาณทองคำสำรองสูงกว่า 2,436 ตัน การที่จีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำอย่างไม่หยุดยั้งแม้ในภาวะที่ราคาทองคำอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่าทองคำไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไร แต่เป็นหัวใจสำคัญของสินทรัพย์สำรองระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

การโยกทองคำมายังฮ่องกงจึงเปรียบเสมือนการปูทางเพื่อลดการพึ่งพาศูนย์กลางการเงินในตะวันตก และเป็นการยกระดับบทบาทของฮ่องกงให้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบนิเวศทองคำของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออำนาจการต่อรองและการกำหนดราคาทองคำในระดับภูมิภาคเอเชียในอนาคต

ทำไมต้องเป็นฮ่องกง? สะพานเชื่อมการเงินระหว่างจีนกับโลก

คำถามที่หลายคนสงสัยคือเหตุใดต้องเป็นฮ่องกง? คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ ฮ่องกงไม่ใช่แค่ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมที่สมบูรณ์แบบระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับตลาดโลก การที่จีนต้องการสร้างตลาดทองคำที่สามารถเชื่อมโยงกับนักลงทุนต่างชาติและธนาคารระดับโลกได้ ฮ่องกงจึงถือเป็นทำเลที่เหมาะสมที่สุดด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีความพร้อมและเป็นสากล

ล่าสุด ฮ่องกงได้เริ่มทดสอบระบบ Central Gold Clearing and Settlement System ซึ่งเป็นระบบกลางที่ทำหน้าที่ชำระราคาและส่งมอบทองคำสำหรับธุรกรรมต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น ระบบนี้ยังเชื่อมต่อกับ Shanghai Gold Exchange ผ่านบริการที่เรียกว่า Delivery Connect ซึ่งช่วยให้ตลาดทองคำระหว่างประเทศเชื่อมต่อกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้อย่างไร้รอยต่อ สิ่งนี้ยืนยันว่าสิ่งที่จีนกำลังทำไม่ใช่แค่การสร้างห้องเก็บทอง แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง

อำนาจในการกำหนดราคา: เป้าหมายที่แท้จริงของจีน

เป้าหมายที่แท้จริงเบื้องหลังการย้ายทองคำครั้งนี้คือเรื่องของอิทธิพลและการกำหนดราคา (Pricing Power) ในอดีตลอนดอนเป็นผู้กำหนดมาตรฐานราคาทองคำของโลกมาตลอด แต่ด้วยการพัฒนา Gold Price Fixing ของฮ่องกง จีนกำลังพยายามสร้างมาตรฐานราคาทองคำของตนเองขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดอ้างอิงสำคัญในเอเชีย แม้ว่าเป้าหมายนี้จะไม่ใช่การล้มลอนดอนในทันที แต่เป็นการแย่งชิงส่วนแบ่งและสร้างอิทธิพลในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลฮ่องกงได้ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน โดยต้องการเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บทองคำให้ได้มากกว่า 2,000 ตันภายในปี 2030 พร้อมกับการพัฒนาระบบนิเวศที่ครบวงจร ตั้งแต่การซื้อขาย การเก็บรักษา การประกันภัย ไปจนถึงตลาดอนุพันธ์ หากแผนการนี้สำเร็จ ฮ่องกงจะก้าวขึ้นเป็นตลาดทองคำครบวงจรที่มีอำนาจการตัดสินใจสูงขึ้นมากในเวทีโลก

ปัจจัยท้าทาย: สภาพคล่องและระบบนิเวศที่ต้องใช้เวลาสร้าง

อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนศูนย์กลางทองคำของโลกจากลอนดอนมาสู่ฮ่องกงไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ลอนดอนมีความแข็งแกร่งอย่างมากในด้านระบบนิเวศทองคำที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ ทั้งธนาคารรายใหญ่ ผู้ค้าทอง ตลาด OTC (Over-the-Counter) โรงกลั่น และห้องนิรภัยที่ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลก สิ่งสำคัญที่สุดที่ฮ่องกงยังคงต้องเร่งพัฒนาคือ สภาพคล่องของตลาด (Liquidity) ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่จะดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก

นอกจากนี้ ฮ่องกงยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากสิงคโปร์ที่กำลังเดินหน้าสร้างระบบ Gold Clearing ของตนเองเช่นกัน ดังนั้น เกมการเงินนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของจีนกับลอนดอน แต่เป็นความเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนในภูมิภาคเอเชียที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

มากกว่าเรื่องทองคำ: การขยายอิทธิพลของเงินหยวน

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าทองคำ คือความเชื่อมโยงกับนโยบายการเงินของจีน จีนกำลังเร่งผลักดันให้เงินหยวนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านการขยายการชำระเงินระหว่างประเทศให้มากขึ้น ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์ของจีนหลายแห่งเพิ่มสกุลเงินต่างประเทศรวมถึงเงินบาทของไทย เข้าสู่ระบบเพื่อใช้ในการหักบัญชีและชำระเงินกับเงินหยวนโดยตรง ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในการค้าระหว่างประเทศ

ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ต้องการสร้างทางเลือกให้กับระบบการเงินโลก จีนไม่ได้ตั้งเป้าที่จะแทนที่ดอลลาร์ในทันที แต่กำลังสร้างทางเลือกใหม่ๆ ทั้งในด้านสินทรัพย์สำรอง การชำระเงิน และการลงทุน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเพียงอย่างเดียว นี่คือหมากเกมใหญ่ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องติดตามและปรับตัวรับมืออย่างใกล้ชิด

ที่มา : youtube channel TNN

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
เจาะลึกกรณีศึกษาธุรกิจในจีน เมื่อเจ้าของกิจการตัดสินใจแทนที่พนักงาน 7 คนด้วย AI
เจาะลึกกรณีศึกษาธุรกิจในจีน เมื่อเจ้าของกิจการตัดสินใจแทนที่พนักงาน 7 คนด้วย AI
อวสานตึกแถวไทย? จากหัวใจเศรษฐกิจสู่เมืองร้างไร้ผู้คน
อวสานตึกแถวไทย? จากหัวใจเศรษฐกิจสู่เมืองร้างไร้ผู้คน
ถอดรหัสความสำเร็จ Copperwired จากร้าน 1 ตารางเมตรสู่เจ้าตลาดไอทีพันล้าน
ถอดรหัสความสำเร็จ Copperwired จากร้าน 1 ตารางเมตรสู่เจ้าตลาดไอทีพันล้าน
Nike ปรับทัพครั้งใหญ่ในจีน ดึงอำนาจขายออนไลน์คืน หวังคุมภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียม
Nike ปรับทัพครั้งใหญ่ในจีน ดึงอำนาจขายออนไลน์คืน หวังคุมภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียม
เริ่มใหม่กับ Stof Coffee: ติดกระดุมเม็ดแรกอย่างไร ให้ธุรกิจโตแบบยั่งยืน | Success Recipe EP21
เริ่มใหม่กับ Stof Coffee: ติดกระดุมเม็ดแรกอย่างไร ให้ธุรกิจโตแบบยั่งยืน | Success Recipe EP21
ไทยไม่ได้มีแค่อุตสาหกรรมเก่า! เจาะลึก 10 บริษัท 'คอขวด AI' ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดบนฐานผลิตระดับโลก
ไทยไม่ได้มีแค่อุตสาหกรรมเก่า! เจาะลึก 10 บริษัท 'คอขวด AI' ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดบนฐานผลิตระดับโลก
ถอดรหัสลับ Exotic Food จากซอสไทยสู่รายได้ 2,000 ล้านด้วยกลยุทธ์ระดับโลก
ถอดรหัสลับ Exotic Food จากซอสไทยสู่รายได้ 2,000 ล้านด้วยกลยุทธ์ระดับโลก
เจาะลึกกระบวนการผลิตเฟรนช์ฟรายส์ McDonald's จากโรงงานสู่จานอร่อย
เจาะลึกกระบวนการผลิตเฟรนช์ฟรายส์ McDonald's จากโรงงานสู่จานอร่อย
เจาะลึกคำเตือนจาก Jim Cramer: ทำไมถึงควรชะลอการลงทุนในหุ้น Nvidia ณ เวลานี้?
เจาะลึกคำเตือนจาก Jim Cramer: ทำไมถึงควรชะลอการลงทุนในหุ้น Nvidia ณ เวลานี้?
จากถูกปฏิเสธ 143 ครั้ง สู่ยูนิคอร์นมูลค่าหมื่นล้าน: เส้นทางของ Will Ahmed และอาณาจักร WHOOP
จากถูกปฏิเสธ 143 ครั้ง สู่ยูนิคอร์นมูลค่าหมื่นล้าน: เส้นทางของ Will Ahmed และอาณาจักร WHOOP
เจาะลึกแผนใหม่ Apple ปรับทัพ iPhone 18 เตรียมเปิดตัวเพียง 3 รุ่นปลายปีนี้
เจาะลึกแผนใหม่ Apple ปรับทัพ iPhone 18 เตรียมเปิดตัวเพียง 3 รุ่นปลายปีนี้
ห้างเวียงจันทร์แตก! นนท์ ธนนท์ สร้างปรากฏการณ์สะเทือนลาว แฟนคลับแห่ให้กำลังใจแน่นขนัด
ห้างเวียงจันทร์แตก! นนท์ ธนนท์ สร้างปรากฏการณ์สะเทือนลาว แฟนคลับแห่ให้กำลังใจแน่นขนัด
รีวิว Ulanzi VM1 Selfie Monitor จอเซลฟี่ตัวจบสำหรับสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์
รีวิว Ulanzi VM1 Selfie Monitor จอเซลฟี่ตัวจบสำหรับสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์
เจาะลึกทัพชบาแก้ว U17 ลัดฟ้าสู่แดนอิเหนา ลุยศึกพิเศษเตรียมพร้อมคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย
เจาะลึกทัพชบาแก้ว U17 ลัดฟ้าสู่แดนอิเหนา ลุยศึกพิเศษเตรียมพร้อมคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย
เจาะลึกตำนานแชร์ลูกโซ่ แม่ชม้อย คดีโกงหมื่นล้านที่ทำเอาคนไทยติดคุกแสนปี
เจาะลึกตำนานแชร์ลูกโซ่ แม่ชม้อย คดีโกงหมื่นล้านที่ทำเอาคนไทยติดคุกแสนปี
ลืม Google Translate ไปเลย! วิธีสร้าง AI แปลภาษาใช้เองให้ฉลาดเหมือนคนด้วย Google Gemini
ลืม Google Translate ไปเลย! วิธีสร้าง AI แปลภาษาใช้เองให้ฉลาดเหมือนคนด้วย Google Gemini
ส่องตลาดหุ้นเกาหลีใต้: ทำไมถึงกลายเป็นดัชนีชี้วัด AI โลกที่นักลงทุนต้องจับตา
ส่องตลาดหุ้นเกาหลีใต้: ทำไมถึงกลายเป็นดัชนีชี้วัด AI โลกที่นักลงทุนต้องจับตา
ส่องอนาคต EV ไทย รัฐจ่อเลิกแจกเงินอุดหนุน พร้อมปรับกลยุทธ์หนุนตั้งฐานผลิตในประเทศ
ส่องอนาคต EV ไทย รัฐจ่อเลิกแจกเงินอุดหนุน พร้อมปรับกลยุทธ์หนุนตั้งฐานผลิตในประเทศ
เจาะลึกวิกฤตราคาดีเซลในแคลิฟอร์เนีย: ภาษีแฝงที่คนทั้งอเมริกาต้องแบกรับ
เจาะลึกวิกฤตราคาดีเซลในแคลิฟอร์เนีย: ภาษีแฝงที่คนทั้งอเมริกาต้องแบกรับ
รีวิวเจาะลึก ORA 05 HEV ขับจริงในเมืองประหยัดแค่ไหน พร้อมพิสูจน์ถังเดียววิ่งได้ 1,000 กม. หรือไม่
รีวิวเจาะลึก ORA 05 HEV ขับจริงในเมืองประหยัดแค่ไหน พร้อมพิสูจน์ถังเดียววิ่งได้ 1,000 กม. หรือไม่
แจ้งเตือน