จากวิสัยทัศน์ของแหม่มนอร์ สู่จุดเริ่มต้นตำนานน้ำดื่มไทย
ย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2499 ยุคสมัยที่ประเทศไทยยังคงมีวัฒนธรรมการดื่มน้ำผ่านการกรองจากโอ่งหรือตุ่มดินเผา ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เรียบง่าย แต่สำหรับนางแมกซีน วูดฟิลด์ นอร์ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ แหม่มนอร์ นักธุรกิจหญิงชาวอเมริกันผู้เข้ามาตั้งรกรากในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 เธอได้เล็งเห็นถึงปัญหาด้านมาตรฐานความสะอาดที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับสุขอนามัยของคนไทย
จุดเริ่มต้นของแบรนด์โพลาริส (Polaris) เกิดขึ้นจากการต่อยอดธุรกิจผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของเธอ ที่ต้องใช้แหล่งน้ำบาดาลคุณภาพสูงในกระบวนการผลิต เมื่อได้รับคำแนะนำให้ลองนำน้ำบาดาลที่สะอาดใสมาบรรจุขวดขาย เธอจึงตัดสินใจริเริ่มสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการดื่มน้ำในประเทศไทย แม้ในยุคนั้นการนำน้ำเปล่ามาใส่ขวดขายจะถูกมองว่าเป็นเรื่องตลกและเป็นแนวคิดที่ก้าวกระโดดเกินไปสำหรับผู้บริโภคที่สามารถหาน้ำดื่มฟรีได้จากธรรมชาติ
การสร้างแบรนด์ที่ยากลำบากและการก้าวขึ้นสู่สถานะเครื่องดื่มคนชั้นสูง
ในช่วงแรกของการบุกตลาด แหม่มนอร์ต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เพื่อหาสมาชิก แต่กลับมีผู้ตอบรับเพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งการถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ จนเธอต้องตัดสินใจก่อตั้งบริษัท ดาราเหนือ จำกัด ขึ้นในปี พ.ศ. 2500 ด้วยทุนจดทะเบียน 500,000 บาท โดยเลือกใช้ชื่อแบรนด์ว่า โพลาริส ซึ่งมีความหมายว่า ดาวเหนือ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสว่างไสวที่เธอเห็นบนท้องฟ้าในค่ำคืนหนึ่ง
ในยุคนั้น น้ำดื่มโพลาริสถือเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยมีลูกค้าหลักคือชาวต่างชาติ สถานทูต ค่ายทหารอเมริกา และชนชั้นสูงของไทย ทำให้ขวดน้ำโพลาริสกลายเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคม (Status Symbol) ใครที่มีขวดโพลาริสตั้งบนโต๊ะอาหารจะถูกมองว่าเป็นคนทันสมัยและใส่ใจสุขภาพ ก่อนที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองจะเปลี่ยนไปและทำให้น้ำดื่มบรรจุขวดกลายเป็นสินค้าจำเป็นในเวลาต่อมา
การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคสมัยใหม่และเหตุผลที่โพลาริสค่อยๆ จางหายไป
เมื่อเข้าสู่ยุคของการบริหารโดยคุณวิที อารีสร หรือคุณรูดี้ นักบัญชีผู้เชี่ยวชาญชาวฟิลิปปินส์ บริษัทดาราเหนือได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2533 และขยายไลน์สินค้าไปสู่โซดา รวมถึงแฟรนไชส์เครื่องดื่มระดับโลกอย่างซันคิสท์ ทำให้โพลาริสกลายเป็นแบรนด์ที่มีความมั่นคงสูงสุด อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีการผลิตเปลี่ยนไปสู่ขวดใส (PET) แทนที่ขวดพลาสติกสีขาวขุ่น (PE) ที่เป็นเอกลักษณ์ของโพลาริส แบรนด์ก็เริ่มเสียเปรียบในเชิงการตลาด
ขวดขุ่นแบบเดิมมีจุดอ่อนสำคัญคือความมั่นใจของผู้บริโภค เนื่องจากสามารถปลอมปนได้ง่ายจากการนำขวดเก่ามาล้างและบรรจุใหม่ รวมถึงปัญหาเรื่องกลิ่นพลาสติกที่ปนมากับน้ำ ในขณะที่ขวด PET มีภาพลักษณ์ที่สะอาดและน่าเชื่อถือกว่า ประกอบกับปัญหาภายในบริษัทในช่วงสหัสวรรษใหม่ปี พ.ศ. 2543 ที่ทำให้ยอดขายถดถอยและต้องหายไปจากตลาดในที่สุด แม้จะมีการพยายามกลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2558 แต่ก็ไม่สามารถต้านทานคู่แข่งที่ครองส่วนแบ่งตลาดไปได้หมดแล้ว
ทิ้งท้าย: ชื่อที่กลายเป็นตำนานแห่งยุค 90
ปัจจุบัน แม้โพลาริสจะไม่ได้วางจำหน่ายอย่างแพร่หลายเหมือนในอดีต แต่ชื่อของแบรนด์นี้ได้กลายเป็น Generic Name หรือคำสามัญที่คนไทยยุค 90 ใช้เรียกแทนน้ำดื่มทุกยี่ห้อไปเสียแล้ว ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ที่ฝังลึกในใจคนไทยได้ยาวนานที่สุดแบรนด์หนึ่งในประวัติศาสตร์
ที่มา : youtube channel PLEARn DEE เพลินดี
