Fabrinet: กระดูกสันหลังใหม่ของโลกเทคโนโลยี AI
เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมชิปประมวลผลสำหรับ AI หลายคนมักนึกถึง TSMC ในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ที่เป็นกระดูกสันหลังของโลก แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ในอุตสาหกรรมที่สำคัญไม่แพ้กันอย่างระบบโฟโตนิกส์ (Photonics) หรือระบบส่งผ่านข้อมูลด้วยแสง ก็มีบริษัทที่เปรียบเสมือน TSMC แห่งวงการแสงตั้งตระหง่านและมีฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในประเทศไทย นั่นคือบริษัท Fabrinet
Fabrinet คือผู้รับจ้างผลิตโมดูลแสงและชิ้นส่วนไฟเบอร์ออปติกรายใหญ่ระดับโลก โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและประกอบชิ้นส่วนสำคัญก่อนส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก บทบาทของบริษัทนี้กำลังทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มี AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ในช่วง 3-4 ปีก่อน Fabrinet อาจเป็นเพียงบริษัทรับจ้างผลิตที่ไม่มีแบรนด์ของตัวเองและไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ในปัจจุบัน บริษัทกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์อย่างเต็มตัว ด้วยรายได้ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 87,000 ล้านบาทในปี 2023 สู่ 94,000 ล้านบาทในปี 2024 และทะลุ 112,000 ล้านบาทในปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการในตลาดโลกนั้นมหาศาลเพียงใด
ทำไมระบบแสง (Photonic) ถึงกลายเป็นหัวใจของ AI?
ปัญหาคอขวดใหญ่ที่สุดของชิปประมวลผล AI ในปัจจุบัน ไม่ใช่ความเร็วในการคิดของ GPU อย่าง Nvidia แต่มันคือการส่งข้อมูล เพราะเมื่อ GPU ประมวลผลเสร็จในระดับเสี้ยววินาที การส่งข้อมูลเหล่านั้นไปยังชิปตัวอื่นหรือข้ามตู้เซิร์ฟเวอร์ด้วยสายทองแดงแบบเดิมนั้นช้าเกินไป ลวดทองแดงกลายเป็นจุดอ่อนที่ฉุดรั้งประสิทธิภาพของ AI
ทางออกของปัญหานี้คือการเปลี่ยนมาใช้ระบบโฟโตนิกส์ หรือการส่งผ่านข้อมูลด้วยความเร็วแสงแทนที่ไฟฟ้า ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยแก้ปัญหาคอขวดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ชิปสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอการส่งข้อมูลที่ล่าช้า อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้เติบโตแบบเส้นตรง แต่เป็นการเติบโตแบบ Exponential เพราะเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาแทนที่โครงสร้างพื้นฐานเดิมทั้งหมด
เจาะลึกห่วงโซ่อุปทาน: จาก ASML ถึง Fabrinet
ในห่วงโซ่อุปทานของชิปโฟโตนิกส์ เราสามารถแบ่งผู้เล่นออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำยังคงเป็นการผูกขาดของยักษ์ใหญ่อย่าง ASML ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป EUV ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการผลิตชิปซิลิคอนโฟโตนิกส์ เพื่อสลักวงจรไฟฟ้าขนาดจิ๋วและท่อนำแสงลงบนแผ่นซิลิคอนเดียวกัน
ส่วนกลางน้ำคือผู้ออกแบบเทคโนโลยี เช่น Marvell Technology ที่ออกแบบชิปซิลิคอนสำหรับโฟโตนิกส์โดยเฉพาะ เพื่อแปลงสัญญาณไฟฟ้าให้กลายเป็นแสง และ Lumentum ผู้ผลิตชิ้นส่วนเฉพาะทางอย่าง Laser Modulator หรือ Fiber Connector ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งข้อมูล ส่วนปลายน้ำคือผู้รับจ้างผลิตซึ่งเป็นตำแหน่งที่ Fabrinet ครองความได้เปรียบไว้อย่างสมบูรณ์
บทบาทของ Fabrinet และความลับของ Active Alignment
หลังจาก TSMC ผลิตแผ่นชิปที่รวมเอา GPU และชิปแสงเข้าด้วยกันผ่านกระบวนการ Advance Packaging ชิปเหล่านั้นจะถูกส่งตรงมายังโรงงานของ Fabrinet ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรีและปทุมธานี เพื่อทำการประกอบโมดูลให้เสร็จสมบูรณ์ ความพิเศษที่ทำให้ Fabrinet เหนือกว่าคู่แข่งคือเทคนิคที่เรียกว่า Active Alignment
Active Alignment คือกระบวนการป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าที่ชิปเลเซอร์แล้วทำการปรับจูนลำแสงให้ตรงด้วยความแม่นยำสูงในระดับต่ำกว่า 1 ไมครอน นี่คือทักษะที่ยากและต้องใช้ความเชี่ยวชาญระดับสูง ซึ่ง Fabrinet คือเจ้าเดียวที่ทำได้โดยได้ค่า Yield (อัตราการผลิตที่ไม่มีของเสีย) สูงที่สุดในโลก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจึงต้องพึ่งพาโรงงานในประเทศไทย
อนาคตของเศรษฐกิจไทยกับอุตสาหกรรมยุคใหม่
การเติบโตของ Fabrinet สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในขบวนรถไฟ AI โลก นอกจาก Fabrinet แล้ว เรายังมีบริษัทอย่าง Delta Electronics ที่เป็นผู้นำด้านระบบระบายความร้อนและโมดูลควบคุมพลังงานสำหรับ Data Center ทั่วโลก ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้กำลังยกระดับภาคการส่งออกของไทยให้ก้าวข้ามจากการผลิตสินค้าทั่วไปไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง
หากประเทศไทยสามารถสร้างฐานอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ให้แข็งแกร่งได้สำเร็จ สิ่งนี้จะกลายเป็น New S-Curve ที่สามารถขับเคลื่อน GDP ของประเทศได้อย่างยั่งยืน สำหรับนักลงทุนที่สนใจในธีมเทคโนโลยีแสง กองทุนอย่าง LH Photonic หรือการติดตามแพลตฟอร์มการลงทุนที่ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น เช่น WTH X ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการก้าวทันโอกาสการเติบโตของโลกอนาคต
ที่มา : youtube channel ลงทุนแมน
