เหตุการณ์ระทึกขวัญบนเที่ยวบินบาติกแอร์
เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นบนเที่ยวบินของสายการบินบาติกแอร์ ซึ่งมีกำหนดการเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าสู่เมืองโคชิ ประเทศอินเดีย ในขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่กลางอากาศเหนือน่านฟ้ามหาสมุทรอินเดีย ผู้โดยสารทุกคนบนเครื่องต่างกำลังพักผ่อนเนื่องจากเป็นเที่ยวบินระยะไกลที่ต้องปิดไฟเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารได้นอนหลับพักผ่อนตามปกติ
ทว่าท่ามกลางความเงียบสงบ จู่ๆ กลับมีผู้โดยสารชายชาวอินเดียคนหนึ่งก่อวีรกรรมแผลงฤทธิ์ พยายามเข้าไปเปิดประตูฉุกเฉินของเครื่องบินขณะที่ยังบินอยู่ในระดับความสูงปกติ สร้างความแตกตื่นให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ และลูกเรือเป็นอย่างมาก เพราะหากประตูฉุกเฉินถูกเปิดออกกลางอากาศ แรงดันอากาศภายในห้องโดยสารจะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลให้สิ่งของต่างๆ ถูกดูดออกไปข้างนอกเหมือนกับสถานการณ์ที่เรามักจะเห็นในภาพยนตร์
การเผชิญหน้าและระงับเหตุอย่างทันท่วงที
พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหล ได้ยินเสียงคล้ายลมแทรกเข้ามาจากด้านนอกตัวเครื่องอย่างผิดปกติ ทำให้ผู้โดยสารรอบข้างเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติและหันไปพบว่าผู้โดยสารชายคนดังกล่าวพยายามที่จะเปิดประตูฉุกเฉิน จนเกิดเป็นรอยแตกและมีความเสียหายเกิดขึ้นที่บริเวณตัวล็อกของประตู
ด้วยสัญชาตญาณความปลอดภัย ผู้โดยสารคนอื่นๆ จึงรีบตะโกนเรียกลูกเรือให้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ทันที ก่อนที่จะมีผู้โดยสารชายหลายคนช่วยกันเข้ามายึดประตูฉุกเฉินไว้และดึงตัวผู้ก่อเหตุออกจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของทุกคนบนเที่ยวบิน OD 231 ลำนี้
หลังจากสามารถควบคุมตัวชายคนดังกล่าวได้ ลูกเรือได้ใช้สายรัดหรือเคเบิลไทร์มัดมือผู้ก่อเหตุไว้เพื่อป้องกันการขัดขืนหรือก่อเหตุซ้ำซ้อน จนกระทั่งเครื่องบินสามารถลงจอดที่สนามบินเมืองโคชิได้อย่างปลอดภัย โดยทางสื่ออินเดียรายงานว่าหลังจากเหตุการณ์สงบลง ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการคุมตัวผู้ก่อเหตุเพื่อนำไปดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดหลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น
บทเรียนเรื่องความปลอดภัยของระบบประตูเครื่องบิน
หลายคนอาจสงสัยว่าประตูฉุกเฉินของเครื่องบินสามารถเปิดได้ง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ? ความจริงแล้วระบบล็อกของประตูเครื่องบินถูกออกแบบมาให้มีความซับซ้อนและมีระบบป้องกันหลายชั้น ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถเปิดออกได้ง่ายๆ เหมือนการบิดลูกบิดประตูห้องน้ำทั่วไป แต่การกระทำของผู้โดยสารคนนี้ก็สร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างส่วนประตูจนเกิดรอยแตก ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในการบิน
วิกฤตพายุไต้ฝุ่นดอลลฟินถล่มญี่ปุ่น
นอกจากเหตุการณ์บนเครื่องบินแล้ว ในช่วงสัปดาห์นี้ยังมีอีกหนึ่งสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด นั่นคือพายุไต้ฝุ่นดอลลฟินที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่หมู่เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 500 เที่ยวบิน รวมถึงมีการสั่งปิดโรงเรียน ห้างร้าน และหยุดการให้บริการขนส่งมวลชนในหลายพื้นที่เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความรุนแรงของพายุ
พายุไต้ฝุ่นดอลลฟินจัดเป็นพายุระดับที่ 1 ที่มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางสูงถึง 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 198 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่ารุนแรงมาก ทางการญี่ปุ่นจึงได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนกว่า 260,000 คนในจังหวัดคาโกชิมะและโอกินาวา รวมถึงบริษัทโตโยต้ายังได้ระงับการทำงานของโรงงานในพื้นที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราวด้วย
คำเตือนสำหรับการเดินทางและเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโซนเกาะคิวชู เกาะอามามิ และโอกินาวา ควรติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด เนื่องจากพายุลูกนี้มีขนาดใหญ่และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งฝนตกหนัก คลื่นลมแรง และความเสี่ยงในการเกิดดินถล่มในพื้นที่ใกล้ภูเขาหรือน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำ
การติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์จะช่วยให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของพายุที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้จีนและไต้หวันต่อไป ดังนั้นหากพื้นที่ใดมีการประกาศเตือนภัย ห้ามฝืนเดินทางไปท่องเที่ยวเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อไม่ให้กลายเป็นผู้ประสบภัยในพื้นที่ภัยพิบัติ
ที่มา : youtube channel AMARINTV : อมรินทร์ทีวี
