การผงาดขึ้นของ CXMT ในสมรภูมิชิปโลก
ในยุคที่สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนทวีความรุนแรงขึ้น การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงกลายเป็นเดิมพันสำคัญของมหาอำนาจโลก ท่ามกลางมาตรการแบนการส่งออกชิปและอุปกรณ์การผลิตจากสหรัฐฯ มีบริษัทหนึ่งที่เติบโตขึ้นอย่างน่าจับตามองนั่นคือ CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำแบบ DRAM รายใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงและเป็นความหวังใหม่ของประเทศในการชิงชัยในตลาดชิปหน่วยความจำมูลค่ามหาศาลกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทนี้ก่อตั้งโดย จูอี้หมิง อดีตนักศึกษาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยซิงหัวที่เคยทำงานในซิลิคอนวัลเลย์ เขาเริ่มต้นด้วยสตาร์ทอัพเล็กๆ ในสหรัฐฯ ก่อนจะย้ายกลับมาตั้งฐานในจีนตามข้อตกลงเพื่อรับเงินทุนสนับสนุนในปี 2017 ความสำเร็จของ CXMT ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการเรียนรู้จากความผิดพลาดของบริษัทร่วมชาติอย่าง ฝูเจี้ยนจินหัว ที่เคยถูกสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรจนล่มสลาย ทำให้ CXMT เลือกเดินเกมอย่างระมัดระวังและแยบยล
กลยุทธ์บริษัทเงาและห่วงโซ่อุปทานแบบพึ่งพาตนเอง
หนึ่งในปริศนาที่หลายคนสงสัยคือ CXMT รอดพ้นจากการสกัดกั้นของสหรัฐฯ ได้อย่างไร คำตอบคือการสร้างเครือข่ายบริษัทเงาที่ไม่มีชื่อปรากฏในเอกสารทางการอย่างชัดเจน เพื่อทำหน้าที่แยกส่วนห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การออกแบบชิปโดยบริษัท จี้ซิหัวฟาง การผลิตชิปเวเฟอร์โดย PSFC Semiconductors ไปจนถึงขั้นตอนการทดสอบและบรรจุภัณฑ์ ทำให้ CXMT สามารถควบคุมกระบวนการผลิตต้นน้ำถึงปลายน้ำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ
เมื่อถูกแบนไม่ให้เข้าถึงเครื่องจักร EUV ล้ำยุค CXMT แก้เกมด้วยการจัดหาเครื่องจักร DUV รุ่นเก่าจาก ASML มาซ่อมแซมและปรับปรุงใหม่ พร้อมใช้พลังของ AI ในประเทศร่วมกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนในการพัฒนาชิป DDR5 ที่มีความละเอียดระดับ 16 นาโนเมตร ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่ท้าทายขีดจำกัดที่สหรัฐฯ ตั้งไว้
การดึงดูดสมองและท่อน้ำเลี้ยงจากรัฐบาล
การผลิตชิปไม่ได้อาศัยเพียงเครื่องจักรแต่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะสูง CXMT ทุ่มเงินจ้างวิศวกรฝีมือดีจากไต้หวัน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ด้วยค่าตอบแทนที่สูงกว่าเดิมถึง 2 เท่า แม้รัฐบาลไต้หวันจะพยายามออกกฎหมายสกัดกั้น แต่บริษัทก็ยังเลี่ยงด้วยการตั้งบริษัทนอมินีในประเทศที่สามเพื่อจ้างงาน โดยพนักงานต้องทำงานหนักภายใต้วัฒนธรรม China Speed เพื่อเร่งการผลิตให้เร็วที่สุด
เบื้องหลังเงินทุนมหาศาลที่ใช้เผาผลาญในอุตสาหกรรมนี้ ไม่ได้มาจากกลุ่มทุน VC ทั่วไป แต่มาจากกลุ่มธนาคารรัฐบาลจีนทั้ง 5 แห่งที่ใช้โมเดลการจัดหาเงินทุนแบบผสมผสาน ทั้งการปล่อยกู้และการเข้าถือหุ้น ซึ่งช่วยให้ธนาคารได้รับผลตอบแทนมหาศาลจากการเติบโตของบริษัท และถือเป็นหลักฐานสำคัญว่ารัฐบาลจีนพร้อมทุ่มทรัพยากรทุกอย่างเพื่อผลักดันให้ CXMT ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับโลก
อนาคตและผลกระทบต่อสงคราม AI
ในโลกที่ AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยี ชิปหน่วยความจำเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่ขาดไม่ได้ หากไม่มีชิปเหล่านี้ GPU ก็ไม่สามารถทำงานได้ CXMT จึงก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญที่อาจตัดสินผลแพ้ชนะในสงคราม AI แม้สหรัฐฯ จะพยายามงัดกฎหมายต่างๆ มาสกัดกั้น แต่ด้วยมูลค่าบริษัทที่พุ่งสูงขึ้นและการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง CXMT ได้พิสูจน์แล้วว่าความทะเยอทะยานของจีนนั้นยากที่จะถูกสกัดกั้นได้ง่ายๆ
ที่มา : youtube channel กรุงเทพธุรกิจ
