มะเร็งในเด็กเกิดขึ้นได้อย่างไร?
หลายคนอาจมีความเข้าใจผิดว่าโรคมะเร็งเป็นโรคของผู้สูงอายุหรือเกิดจากพฤติกรรมสะสมในวัยผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มะเร็งสามารถเกิดขึ้นกับเด็กได้ตั้งแต่แรกเกิด หรือแม้กระทั่งตรวจพบก้อนผิดปกติได้ตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา จากการศึกษาพบว่ามะเร็งในเด็กเกือบร้อยละร้อยมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ซึ่งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนหรือดีเอ็นเอตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือสุขภาพและพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ การที่แม่ติดบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแม่เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งนำไปสู่ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งต่อมายังลูกได้โดยตรง นอกจากนี้ มลภาวะทางอากาศอย่างฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่น่ากังวลว่าอาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งในเด็กได้เช่นเดียวกัน
ประเภทของมะเร็งที่พบบ่อยในเด็ก
มะเร็งในเด็กมีความแตกต่างจากมะเร็งในผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของชนิดมะเร็งและอวัยวะที่เกิด โดยมะเร็งที่พบมากที่สุดในเด็กคือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) คิดเป็นประมาณ 30% ของโรคมะเร็งในเด็กทั้งหมด รองลงมาคือเนื้องอกในสมองและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง นอกจากนี้ยังพบมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ต่อมหมวกไต และมะเร็งกระดูก ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่วัย 30 ปีขึ้นไปที่มักพบมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งลำไส้มากกว่า
สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรเฝ้าระวัง
แม้โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะไม่มีการแบ่งระยะเหมือนมะเร็งที่เป็นก้อนเนื่องจากกระจายตัวอยู่ในกระแสเลือด แต่พ่อแม่สามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ หากเด็กมีอาการไข้สูงเรื้อรังติดต่อกันเกิน 24-48 ชั่วโมงโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการซีด เลือดออกง่าย มีจ้ำเลือดตามตัว หรือมีอาการซึม ไม่ร่าเริงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที สำหรับกรณีเนื้องอกในสมอง ในเด็กเล็กที่กระหม่อมยังไม่ปิดอาจสังเกตเห็นศีรษะโตผิดปกติ หรือมีอาการอาเจียนพุ่งและงอแงมาก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ต้องรีบพาไปตรวจวินิจฉัย
นวัตกรรมการรักษา: ความหวังใหม่ด้วยคาร์ทีเซล (CAR-T Cell)
แนวทางการรักษามะเร็งในเด็กในปัจจุบันยังคงยึดตามมาตรฐานสากล ได้แก่ การให้ยาเคมีบำบัด การผ่าตัด การฉายรังสี และการปลูกถ่ายไขกระดูก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการพัฒนา นวัตกรรมคาร์ทีเซล (Chimeric Antigen Receptor T-cell) ซึ่งเป็นยามุ่งเป้าที่ช่วยรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ดื้อต่อการรักษาแบบเดิม โดยหลักการคือการนำเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาตัดต่อพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการเพื่อให้มีความสามารถในการจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะนำกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากทีมนักวิจัยไทยที่สามารถพัฒนาและผลิตคาร์ทีเซลได้เองภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุนการรักษาลงได้อย่างมหาศาล จากราคาหลักหลายสิบล้านบาทในต่างประเทศ ให้เหลือเพียงไม่กี่ล้านบาท เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีมาตรฐานระดับโลกได้จริง นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทยที่ได้รับอานิสงส์จากการสนับสนุนผ่านมูลนิธิรามาธิบดีและเงินบริจาคจากประชาชน ซึ่งถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเด็กไทยอย่างแท้จริง
ที่มา : youtube channel PPTV Originals
