ทำไมผมถึงหงอก? ความเข้าใจผิดที่ว่าหงอกเท่ากับแก่
หลายคนมักเข้าใจว่าผมหงอกเป็นเรื่องของอายุที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาผมหงอกก่อนวัยในคนที่อายุไม่ถึง 30 ปีเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ โดยกลไกสำคัญอยู่ที่เซลล์รากผมที่ชื่อว่า เมลาโนไซต์สเต็มเซลล์ (Melanocyte stem cells) ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเม็ดสีดำให้เส้นผม หากเซลล์เหล่านี้ยังไม่ตายแต่เพียงแค่หยุดทำงานชั่วคราว เราก็ยังมีโอกาสที่จะกู้คืนเส้นผมให้กลับมาดกดำได้อีกครั้ง
กลุ่มของผมหงอก: แยกให้ออกว่าแบบไหนรักษาได้
ทางการแพทย์แบ่งผู้ที่มีผมหงอกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผมหงอกตามวัย (Irreversible) ซึ่งเกิดจากการที่โรงงานผลิตเม็ดสีฝ่อและตายไปตามอายุขัย มักพบในผู้สูงอายุ 50-60 ปีขึ้นไป กลุ่มนี้ไม่สามารถรักษาให้กลับมาดำได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ทำได้เพียงการย้อมผมเท่านั้น ส่วนกลุ่มที่สองคือ กลุ่มผมหงอกก่อนวัย (Premature Graying) ซึ่งโรงงานผลิตเม็ดสียังคงมีชีวิตอยู่เพียงแต่หยุดการทำงานชั่วคราวจากปัจจัยภายนอก ซึ่งกลุ่มนี้สามารถแก้ไขและรักษาให้กลับมาดำได้
ความเครียด: ศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ผมเปลี่ยนสี
งานวิจัยจากโคลัมเบียยูนิเวอร์ซิตี้ชี้ให้เห็นว่า ความเครียดสะสมส่งผลโดยตรงต่อระดับเม็ดสีในเส้นผม เมื่อร่างกายเกิดความเครียดจัดหรือป่วย ระบบประสาทจะหลั่งสารนอร์อะดรีนาลีนออกมา ซึ่งสารตัวนี้จะไปทำลายโปรตีนและเซลล์ผลิตเม็ดสีในรากผม ทำให้ผมเปลี่ยนสีจากดำเป็นเทาหรือขาวได้ แต่ข่าวดีคือเมื่อเราลดความเครียดลง เส้นผมที่เคยหงอกสามารถค่อยๆ กลับมาผลิตเม็ดสีดำได้อีกครั้ง
6 พฤติกรรมห้ามทำเด็ดขาดหากไม่อยากหัวล้านและหงอกเพิ่ม
หากคุณเริ่มพบผมหงอก พฤติกรรมเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องหยุดทำทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม: 1. ห้ามถอนผมหงอก เพราะการถอนบ่อยๆ จะทำให้รากผมเสียหายถาวรจนอาจกลายเป็นหัวล้านได้ 2. ห้ามปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะน้ำช่วยในการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะ 3. หลีกเลี่ยงแชมพูหรือน้ำยาย้อมผมที่มีสารเคมีรุนแรงกัดหนังศีรษะ 4. เลิกสูบบุหรี่ เพราะสารในบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมได้น้อยลงและมีสารอนุมูลอิสระทำลายเม็ดสี 5. ห้ามอดนอน เพราะการนอนน้อยทำให้ร่างกายเกิดสารอักเสบที่เป็นพิษต่อรากผม และ 6. ควรตรวจสุขภาพประจำปี เพราะผมหงอกอาจเป็นสัญญาณของโรคไทรอยด์หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง
แนวทางการกู้คืนเส้นผมให้กลับมาดำ
การบำรุงเส้นผมเปรียบเสมือนการดูแลต้นไม้ เราต้องให้สารอาหารที่จำเป็น เช่น วิตามินบี 12, วิตามินดี 3, ธาตุเหล็ก และทองแดง ผ่านการทานอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์ อาหารทะเล ไข่แดง และถั่วธัญพืช นอกจากนี้ การจัดการความเครียดด้วยการทำสมาธิหรือกิจกรรมที่ชอบยังช่วยได้มาก หากต้องการวิธีทางลัดทางการแพทย์ การทำเมโสเทอราพี (Mesotherapy) เพื่อฉีดสารต้านการอักเสบและสารอาหารเข้าสู่รากผมโดยตรง หรือการใช้เลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ (Low-Level Laser Therapy) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ก็เป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเมลาโนไซต์ให้กลับมาทำงานได้ดีดังเดิม
ที่มา : youtube channel 10นาทีกับหมอต่อ
