ปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่กับวัฒนธรรมการดื่มที่เปลี่ยนไป
ในช่วงระยะหลังมานี้ เราเริ่มเห็นกระแสข่าวหนาหูที่ว่าคนรุ่น Gen Z กำลังกลายเป็นกลุ่มประชากรที่กำลังฆ่าอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ให้ตายลง วัฒนธรรมการดื่มเพื่อสังสรรค์ที่เคยฝังรากลึกในสังคมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สถิติจากหลายบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกชี้ให้เห็นว่ายอดขายลดลงอย่างน่าตกใจ จากเดิมที่หลังเลิกงานหรือเลิกเรียน คนรุ่นใหม่มักจะนัดแนะกันไปดื่มที่ผับหรือบาร์ แต่ในปัจจุบันคำชวนเปลี่ยนไปเป็นการนัดไปวิ่งที่สวนสาธารณะหรือเข้ายิมแทน พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากคนสูงวัยที่เพิ่งหันมาดูแลสุขภาพ แต่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพมากกว่าการมัวเมาไปกับอบายมุข
สถิติที่สะท้อนถึงการลดลงของการบริโภคแอลกอฮอล์
หากดูจากตัวเลขทางสถิติในสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ใหญ่ในปัจจุบันมีเพียงประมาณ 54 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น้อยที่สุดในรอบกว่า 90 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้โรงกลั่นเบียร์ ไร่องุ่นสำหรับทำไวน์ และบริษัทเครื่องดื่มชื่อดังระดับโลกต่างประสบปัญหาผลกำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้แต่แบรนด์หรูที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มมึนเมาก็ยังต้องเผชิญกับสภาวะยอดขายที่ซบเซาลงตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจสายสุราที่เคยถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่อยู่ยงคงกระพันไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ ก็กำลังสั่นคลอนอย่างหนักจากค่านิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ทำไมคนยุคใหม่ถึงหันหลังให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์?
สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงการล็อกดาวน์จากการระบาดของโควิด-19 ในช่วงแรกผู้คนอาจดื่มมากขึ้นเพื่อคลายเครียด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลกระทบทางด้านการเงินและกระแสการรักสุขภาพได้เข้ามาแทนที่ ผู้คนเริ่มตระหนักว่าการมีภูมิคุ้มกันที่ดีเป็นเกราะป้องกันโรคที่ดีที่สุด ทำให้หลายคนตัดสินใจลด ละ เลิก การดื่มอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ค่านิยมในสังคมโซเชียลก็มีผลอย่างมาก การอวดไลฟ์สไตล์ที่ดูดี สุขภาพดี และหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่วัยรุ่นต้องการครอบครอง การปรากฏตัวพร้อมรูปร่างที่ดูดีใน Instagram หรือ TikTok ย่อมดูน่าดึงดูดกว่าการโพสต์ภาพนั่งเมามายอยู่ในร้านเหล้า
ผลกระทบจากข้อมูลทางการแพทย์และไอดอลรุ่นใหม่
ในอดีตเคยมีความเชื่อผิดๆ ว่าการดื่มไวน์วันละแก้วดีต่อสุขภาพ แต่ในปัจจุบันองค์กรระดับโลกอย่างองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่าไม่มีระดับความปลอดภัยในการดื่มแอลกอฮอล์เลย ไม่ว่าจะดื่มปริมาณเท่าใดก็ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสิ้น ข้อมูลชุดนี้เปรียบเสมือนการปลุกให้ผู้ที่รักสุขภาพตื่นจากมายาคติเดิมๆ ประกอบกับการที่คนดังระดับโลกและไอดอลขวัญใจวัยรุ่นได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การเลิกดื่มและผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมต่อคุณภาพชีวิต ทำให้แฟนคลับหันมาดำเนินรอยตามและมองว่าการไม่ดื่มเป็นเรื่องเท่และน่าภาคภูมิใจ
มุมมองอีกด้าน: ทางเลือกใหม่ที่อาจไม่ต่างจากเดิม
อย่างไรก็ตาม การลดลงของการดื่มเหล้าไม่ได้แปลว่าคนรุ่นใหม่จะปราศจากอบายมุขโดยสิ้นเชิง เรากลับพบเทรนด์การใช้กัญชา บุหรี่ไฟฟ้า หรือถุงนิโคตินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่หรือเหล้า ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ก็ยังคงเป็นเครือข่ายเดิมที่พยายามแตกไลน์สินค้าเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคด้วยความเชื่อที่ว่าสินค้าเหล่านี้ดูทันสมัยและเป็นอันตรายน้อยกว่า ซึ่งแท้จริงแล้วก็ยังแฝงไปด้วยโทษต่อร่างกายไม่แพ้กัน
โดยสรุปแล้ว การที่อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ซบเซาลง ไม่ได้เกิดจากคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของความก้าวหน้าทางข้อมูลสุขภาพ ค่านิยมทางสังคมที่เปลี่ยนไปสู่อุดมคติของการมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ และการแข่งขันจากสินค้าทดแทนที่ดูเข้าถึงง่ายกว่า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตัดสินใจเลิกดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ผมขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ เพราะการก้าวข้ามผ่านสิ่งเสพติดใดๆ ก็ตามถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขอย่างแท้จริงครับ
ที่มา : youtube channel FNDiary
