เลิกทรมานตัวเองด้วยการอดอาหาร
หลายคนมักมีความเชื่อผิดๆ ว่าการลดไขมันคือการต้องอดทน ฝืนความหิว และใช้ระเบียบวินัยขั้นสูงในการกินอกไก่หรือจำกัดปริมาณข้าวให้น้อยที่สุด ในขณะที่ต้องคาร์ดิโอหนักขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรอวันชีทเดย์ วิธีการเหล่านี้มักจะทำให้เราวนเวียนอยู่ในลูปของการลดน้ำหนักแล้วกลับมาอ้วนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเองเคยผ่านจุดนั้นมาและพบว่ากุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การต่อสู้กับความหิว แต่คือการทำความเข้าใจวิธีการจัดสรรพลังงานและการกินอาหารให้ถูกต้อง เพื่อให้เรามีหุ่นที่ลีนได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องโหยหาอาหารตลอดเวลา
ปรับสมดุลความหิวด้วยการกินมื้อใหญ่
ปัญหาของการแบ่งอาหารเป็น 5 มื้อย่อย คือการที่ร่างกายไม่เคยรู้สึกอิ่มจริงๆ ส่งผลให้เกิดอาการหิวจุกจิกและต้องคอยนับแคลอรีเพื่อไม่ให้เกินโควตา ผมจึงเปลี่ยนมาโฟกัสที่การกินมื้อใหญ่เพียง 2 มื้อต่อวัน ซึ่งช่วยให้รู้สึกอิ่มถึงระดับ 7-8 บนสเกลความอิ่ม ทำให้สมองเลิกคิดถึงเรื่องอาหารและสามารถไปโฟกัสกับงานหรือกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกกินอาหารกลุ่ม Real Food เป็นหลักมากกว่า 95% ของอาหารทั้งหมด ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและอิ่มนานขึ้นอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญ: โปรตีนและไขมันจากสัตว์
ผมเน้นกินโปรตีนจากแหล่งธรรมชาติ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด และปลาที่มีไขมันดี การกินโปรตีนและไขมันจากสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสมช่วยกระตุ้นฮอร์โมน CCK ซึ่งเป็นฮอร์โมนความอิ่ม ส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนกลางให้หยุดความอยากอาหารลงได้จริง ร่างกายจะใช้พลังงานในการย่อยอาหารสูงและได้รับพลังงานที่สม่ำเสมอตลอดทั้งวัน ต่างจากการกินคาร์โบไฮเดรตที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งตัวและหิวบ่อย
Low Carb Flexible: ไม่ได้ตัดแป้ง แต่จัดสรรให้ถูกเวลา
แนวทางการกินแบบ Low Carb Flexible ไม่ใช่การกลัวแป้ง แต่คือการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ โดยผมจะนำคาร์โบไฮเดรตไปใส่ในมื้อที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น ช่วงเวลาที่ไปยกเวทหรือฝึกซ้อมกีฬา นอกจากนี้ ทุกๆ 10 วัน ผมจะมีการเติมคาร์โบไฮเดรตกลับเข้าไปเพื่อรักษาสมดุลของฮอร์โมนและเติมไกลโคเจนให้ร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญยังคงทำงานได้ดีและไม่เกิดความเครียดสะสม
ออกกำลังกายอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
การออกกำลังกายของผมเน้นความเรียบง่ายด้วยท่า Compound Exercise เช่น การดึงข้อ การวิดพื้น และการสควอท โดยเน้นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และเพิ่มโหลดน้ำหนักถ่วงเพื่อสร้างแรงต้านที่ท้าทาย ส่วนการคาร์ดิโอ ผมเปลี่ยนจากการวิ่งหรือปั่นจักรยานหนักๆ มาเป็นการเดินในโซน 1 วันละประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งไม่ทำให้ร่างกายเครียดหรือหิวสะสม และยังช่วยให้สามารถยืนระยะในการลดไขมันได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกท้อถอย
การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
นอกจากเรื่องอาหารและการฝึกซ้อม การนอนหลับคือปัจจัยอันดับ 1 ที่ผมให้ความสำคัญสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อและการลดไขมัน รวมถึงการตากแดดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าประมาณ 15 นาที เพื่อสังเคราะห์วิตามินดีและปรับสมดุลอารมณ์ ซึ่งช่วยให้รู้สึกแจ่มใสและมีพลังในการทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายคือทางเลือกที่ยั่งยืนที่สุดในการรักษาหุ่นให้ลีนตลอดไปครับ
ที่มา : youtube channel BODY HERO
