ดื่มน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยและดีต่อไต
การดื่มน้ำเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพที่ดี แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไปหรือเร็วเกินไปในคราวเดียว อาจส่งผลเสียร้ายแรงจนถึงขั้นไตวายหรือภาวะสมองบวมได้ โดยปกติแล้วร่างกายมนุษย์ต้องการน้ำประมาณ 1.5 ถึง 2 ลิตรต่อวัน หรือประมาณ 6 ถึง 8 แก้ว ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน การดื่มน้ำที่เหมาะสมควรเป็นการจิบกระจายไปตลอดทั้งวัน ไม่ใช่การดื่มน้ำปริมาณ 1 ลิตรในรวดเดียว เพราะไตมีกลไกในการขับน้ำส่วนเกินที่จำกัด หากได้รับน้ำในปริมาณมหาศาลภายในเวลาสั้นๆ ร่างกายจะปรับสมดุลเกลือแร่ไม่ทัน ส่งผลให้ระดับโซเดียมในเลือดต่ำและทำให้เซลล์สมองบวมได้ ซึ่งถือเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต
กลไกการทำงานของไตกับการขับน้ำ
ไตทำหน้าที่เป็นตัวกรองของเสียและรักษาความสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย หากเราดื่มน้ำน้อยเกินไป จะทำให้ร่างกายขาดตัวกลางในการขับของเสีย ส่งผลให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่าย แต่ในทางกลับกัน หากดื่มน้ำมากเกินความจำเป็นอย่างรวดเร็ว ก็จะกลายเป็นภาระหนักต่อไตและระบบประสาท ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการสังเกตสัญญาณจากร่างกาย เช่น หากปัสสาวะมีสีเข้มหรือรู้สึกกระหายน้ำ แสดงว่าร่างกายต้องการน้ำเพิ่ม แต่ถ้าปัสสาวะมีสีใสและไม่รู้สึกหิวน้ำ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มน้ำเพิ่มจนเกินพอดี
เทคนิคการดื่มน้ำตามน้ำหนักตัวและกิจกรรม
สูตรคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสมคือการดื่มน้ำ 30 ถึง 35 ซีซีต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น หากคุณมีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ปริมาณน้ำที่ควรได้รับต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ถึง 2 ลิตร สำหรับผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายหนักๆ ร่างกายจะมีการสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้นตามความเหมาะสม แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมว่าเครื่องดื่มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือน้ำในอาหาร ก็สามารถนับรวมเป็นปริมาณน้ำที่ได้รับในแต่ละวันได้เช่นกัน
คำแนะนำเฉพาะสำหรับกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคไต
สำหรับผู้ป่วยโรคไตหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจและโรคตับ การดื่มน้ำต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะความสามารถในการขับน้ำของไตในกลุ่มนี้จะลดลง การดื่มน้ำมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะบวมน้ำหรืออาการแทรกซ้อนที่รุนแรง ส่วนผู้ที่มีสุขภาพไตปกติในระยะเริ่มต้น ควรเน้นการปรับพฤติกรรม เช่น การลดการรับประทานอาหารรสเค็มจัด เพราะโซเดียมที่สูงจะทำให้ร่างกายกระหายน้ำและไตต้องทำงานหนักขึ้นในการขับโซเดียมส่วนเกินออก การดูแลตัวเองด้วยการเลี่ยงอาหารรสจัดและดื่มน้ำให้พอเหมาะจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคไตเรื้อรังได้ดีที่สุด
ที่มา : youtube channel Thai PBS
