วิกฤตความโลภในตลาดหุ้นเกาหลีใต้: เมื่อ Leverage กลายเป็นระเบิดเวลา
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้หรือ KOSPI กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับนักลงทุนรายย่อยกว่า 1.2 ล้านบัญชี โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญของคำว่าพลังทวีหรือ Leverage ที่ย้อนกลับมาทำร้ายผู้ใช้จนถึงขั้นหมดตัวและเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ความผันผวนที่รุนแรงนี้เกิดขึ้นกับหุ้นขนาดใหญ่ระดับ Blue Chip อย่าง Samsung และ SK Hynix ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพื้นฐานของบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่สิ่งที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดความพังพินาศคือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เรียกว่า One Stock Leverage ETF
ในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 ดัชนี KOSPI พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับปีนหน้าผา ทำผลงานดีที่สุดในโลกเป็นเวลา 2 ปีซ้อน แต่เมื่อถึงจุดกลับตัว ตลาดกลับกลายเป็นตลาดหมีที่โหดร้ายที่สุดในโลก โดยดัชนีปรับตัวลดลงกว่า 23% ในระยะเวลาอันสั้น ความผันผวนที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามกลไกราคาปกติ แต่เกิดจากการสวิงของราคาที่รุนแรงจนรัฐบาลต้องประกาศพักการซื้อขายไปแล้วถึง 37 ครั้งในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเกินขีดจำกัด
เบื้องหลังความระอุ: หุ้นยักษ์ใหญ่กับพฤติกรรมกองทัพมด
ความผันผวนที่เกิดขึ้นมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Samsung และ SK Hynix ซึ่งเป็นผู้คุมซัพพลาย High Bandwidth Memory สำหรับอุตสาหกรรม AI รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากความต้องการของ Data Center ทั่วโลก แต่เมื่อกระแส AI เริ่มสะดุดและปัจจัยภายนอกเปลี่ยนไป ราคาหุ้นที่เคยพุ่งแรงก็เริ่มร่วงลงอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยภายในที่ซับซ้อนคือการกระจุกตัวของดัชนีที่หุ้นเพียงสองตัวนี้มีน้ำหนักรวมกันถึง 56% ของตลาด
นอกจากนี้ วัฒนธรรมการลงทุนของรายย่อยในเกาหลีใต้ที่มีสมญานามว่า กองทัพมด ยังมีผลอย่างมาก นักลงทุนกลุ่มนี้มีความสามารถในการรับความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากสภาพสังคมที่มีความกดดันสูงและความคาดหวังในการสร้างฐานะที่ทำได้ยาก ทำให้การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกลายเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดใจ โดยกองทัพมดกลุ่มนี้ถือครองอำนาจการซื้อขายสูงถึง 50% ของตลาด และมักจะเข้าช้อนซื้อสวนกระแสสถาบันและต่างชาติเสมอ
กับดัก One Stock Leverage ETF: จุดจบของพอร์ตการลงทุน
ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ One Stock Leverage ETF จำนวน 16 กอง ซึ่งสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนเป็น 2 เท่าของหุ้นอ้างอิงรายวัน กลไกของ ETF เหล่านี้บังคับให้กองทุนต้องปรับพอร์ตหรือรีบาลานซ์ทุกวันตอนปิดตลาด โดยในวันที่หุ้นขึ้น กองทุนต้องซื้อหุ้นเพิ่ม และในวันที่หุ้นร่วง กองทุนต้องขายหุ้นทิ้งเพื่อรักษาอัตราส่วน leverage 2 เท่า ทำให้กลไกนี้กลายเป็นแรงกดดันที่ซ้ำเติมตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อ SK Hynix ปรับตัวลดลงอย่างหนัก กองทุน ETF เหล่านี้ถูกบังคับให้ขายหุ้นออกเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อปรับพอร์ต ส่งผลให้ราคาหุ้นยิ่งร่วงดิ่งลงไปอีก เกิดเป็นวงจรล้างพอร์ตที่รวดเร็วเกินกว่านักลงทุนจะตั้งตัวทัน ส่งผลให้บัญชีรายย่อยกว่า 3 แสนบัญชีถูกบังคับขายทิ้งจนพอร์ตแตกและกลายเป็นหนี้สินในที่สุด สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าการลงทุนโดยอาศัยเพียงกระแสหรือพลังทวีโดยปราศจากความเข้าใจในพื้นฐานที่แท้จริง คือหนทางสู่หายนะทางการเงินที่นักลงทุนต้องพึงระวังอย่างยิ่ง
ที่มา : youtube channel Sai_MoneyMonster
