จุดเริ่มต้นแห่งมหากาพย์: โอดิสซี คืออะไร?
โอดิสซี (The Odyssey) ถือเป็นหนึ่งในวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกตะวันตก ซึ่งเล่าถึงเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของโอดิสซูส วีรบุรุษผู้รอดชีวิตจากสงครามกรุงทรอย ที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการในการพยายามเดินทางกลับบ้านที่เกาะอิทาคา แม้สงครามจะจบลงแล้ว แต่เขากลับต้องใช้เวลาเดินทางอีกถึง 10 ปี รวมเป็นเวลา 20 ปีที่เขาต้องห่างไกลจากครอบครัว ส่งผลให้ลูกชายและภรรยาต้องเผชิญกับชะตากรรมที่คาดไม่ถึงที่บ้านเกิด
โครงสร้างเรื่องราวและการเดินทาง
เรื่องราวของโอดิสซีไม่ได้เริ่มต้นที่จุดเดียว แต่เป็นการตัดสลับฉากระหว่างการเดินทางของโอดิสซูสและการเฝ้ารอของเพเนโลพีผู้เป็นภรรยา พร้อมด้วยเทเลมาคอสลูกชายของเขา โดยในช่วง 4 บทแรกจะเป็นเรื่องราวของเทเลมาคอสที่ออกเดินทางตามหาพ่อภายใต้การชี้แนะของเทพีอาเธน่า ในขณะที่โอดิสซูสยังคงติดอยู่บนเกาะของนางคาลิปโซเป็นเวลาถึง 7 ปี ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อได้
กลไกแห่งชะตากรรมและอุปสรรค
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้โอดิสซูสกลับบ้านไม่ได้ดั่งใจปรารถนา เกิดจากการที่เขาทำให้โพไซดอน เทพแห่งท้องทะเลพิโรธจากการที่เขาจิ้มตาโพลีฟีมัส ยักษ์ไซคลอปส์ซึ่งเป็นบุตรชายของเทพโพไซดอน ส่งผลให้การเดินทางเต็มไปด้วยพายุและการหลงทางในดินแดนประหลาดมากมาย นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องกฎแห่งเซเนีย (Xenia) หรือกฎการต้อนรับแขกที่ศักดิ์สิทธิ์ในสังคมกรีกโบราณ ซึ่งบรรดาผู้ที่มาหมายปองเพเนโลพีได้ละเมิดกฎนี้อย่างร้ายแรงด้วยการยึดครองบ้านและกินล้างกินผลาญสมบัติของโอดิสซูส
บทบาทของเทพีอาเธน่าและที่มาของคำว่า เมนทอร์
เทพีอาเธน่ามีบทบาทสำคัญในการดลใจและให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวของโอดิสซูส โดยมักจะแปลงกายเป็นบุคคลต่างๆ รวมถึงเมนทอร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาที่โอดิสซูสไว้วางใจให้ดูแลครอบครัวก่อนไปรบ ซึ่งนี่คือที่มาของคำว่า เมนทอร์ (Mentor) ในภาษาปัจจุบัน ที่หมายถึงครูหรือผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่อ่อนประสบการณ์กว่า
ทำไมเราถึงยังควรอ่านโอดิสซีในยุคปัจจุบัน?
แม้เวลาจะล่วงเลยมานับพันปี แต่โอดิสซีเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนความเป็นมนุษย์ ทั้งความหวาดระแวง ความกลัว ความอดทน และพัฒนาการของตัวละครที่ต้องปรับตัวตามชะตากรรม การอ่านงานชิ้นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมกรีกโบราณ เช่น พิธีกรรมและความเชื่อ แต่ยังทำให้เราได้เห็นแง่มุมของการใช้สติปัญญาเอาตัวรอดท่ามกลางวิกฤต ซึ่งเป็นบทเรียนที่ยังคงมีคุณค่าเสมอมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา : youtube channel Salmon Podcast
