รู้จักกับ ต้วนหย่งผิง ชายผู้เป็นดั่งตำนานการลงทุนแห่งแดนมังกร
ในโลกของการลงทุนระดับโลก เรามักจะได้ยินชื่อของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ในฐานะนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่ในประเทศจีนมีชายคนหนึ่งที่ได้รับฉายาว่าเป็น วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่งเมืองจีน นั่นก็คือ ต้วนหย่งผิง ชายผู้มีแนวคิดการลงทุนที่ลึกซึ้งและมีสายตาเฉียบคมในการมองเห็นศักยภาพของธุรกิจ ทั้งในแง่ของการสร้างคนและการเลือกหุ้นที่คนอื่นมองข้าม
ต้วนหย่งผิง ไม่ได้เป็นเพียงนักลงทุนที่นั่งรอผลตอบแทน แต่เขายังเป็นนักสร้างธุรกิจตัวจริง ที่วางรากฐานให้แก่ลูกศิษย์จนกลายเป็นอาณาจักรยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง OPPO และ Vivo ซึ่งปัจจุบันทั้งสองแบรนด์ต่างครองส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกอย่างเหนียวแน่น
เส้นทางชีวิตของเขาเริ่มต้นจากการบริหารโรงงานในช่วงปี 1989 ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน จนสามารถพลิกฟื้นให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาล ก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาสร้างเส้นทางของตัวเองด้วยกลยุทธ์การกระจายอำนาจให้ลูกศิษย์บริหารธุรกิจด้วยตนเอง ซึ่งกลายเป็นต้นแบบความสำเร็จที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต
จากจุดเริ่มต้นในอุตสาหกรรมเครื่องเล่นเกมสู่การวางรากฐาน BBK Electronics
ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ต้วนหย่งผิง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์และถูกส่งไปดูแลกลุ่มอี๋หัวในมณฑลกวางตุ้ง ในตอนนั้นเขาได้ตัดสินใจตั้งหน่วยธุรกิจใหม่เพื่อผลิตเครื่องเล่นเกมและเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ในชื่อแบรนด์ ซูบอ โดยใช้กลยุทธ์การลอกเลียนระบบของ Nintendo Famicom และใช้ดาราชื่อดังอย่าง เฉินหลง มาเป็นพรีเซนเตอร์ จนสร้างรายได้กว่า 5,000 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 6 ปี
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนั้นก็นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อข้อเสนอในการแบ่งหุ้นให้กับพนักงานของเขาไม่ได้รับการยอมรับจากบอร์ดบริหาร ทำให้เขาตัดสินใจลาออกและก่อตั้ง BBK Electronics พร้อมกับทีมงานที่ไว้ใจได้ 3 คน คือ เฉินหมิงหย่ง, เสิ่นเหว่ย และจินจื้อเจียง โดยแบ่งให้แต่ละคนดูแลสายธุรกิจที่แตกต่างกัน ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือ
ในปี 1999 เขาได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการปรับโครงสร้างบริษัทให้เป็นหน่วยธุรกิจอิสระและลดสัดส่วนการถือหุ้นของตนเองลง เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ได้บริหารจัดการอย่างเต็มที่ ซึ่งนี่คือการเดิมพันกับคนครั้งแรกของเขา ผลลัพธ์คือ OPPO และ Vivo ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกในเวลาต่อมา
การลงทุนในหุ้น NetEast และจุดกำเนิดฉายา วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่งจีน
นอกจากการสร้างธุรกิจแล้ว ต้วนหย่งผิง ยังมีความสามารถในการมองเห็นคุณค่าในหุ้นที่ถูกตลาดลืม ในปี 2001 เขาตัดสินใจเข้าลงทุนในหุ้น NetEast บริษัทอินเทอร์เน็ตจีนที่กำลังตกต่ำถึงขีดสุดจนถูกพักการซื้อขายชั่วคราว ในขณะที่ผู้ก่อตั้งอย่าง ติงเหลย เกือบจะขายบริษัททิ้ง แต่เขาเลือกที่จะมองในมุมต่างและเชื่อมั่นในโอกาสของการทำเกมออนไลน์
เขาตัดสินใจลงทุนด้วยเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในราคาที่ต่ำมากเพียง 0.08 ดอลลาร์ต่อหุ้น และเมื่อเกม Westward Journey 2 ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล หุ้น NetEast ก็ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำกำไรให้เขาไปกว่า 6,000 ล้านบาทภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี นี่คือจุดที่ทำให้เขากลายเป็นที่ยอมรับในฐานะนักลงทุนสายเน้นคุณค่า (Value Investor) อย่างเต็มตัว
ความศรัทธาในแนวทางของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นำพาให้เขาไปไกลถึงการประมูลร่วมรับประทานอาหารเที่ยงกับบัฟเฟตต์ในปี 2006 ด้วยมูลค่ากว่า 20.8 ล้านบาท และเขายังได้นำตัวเด็กหนุ่มที่ชื่อ หวงเจิง ไปด้วย ซึ่งต่อมาเด็กหนุ่มคนนั้นคือผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Pinduoduo ซึ่งต้วนหย่งผิงก็ได้ลงทุนตั้งแต่ยุคเริ่มต้นอีกเช่นเคย
เดิมพันครั้งใหม่กับ Pop Mart และอนาคตของกล่องสุ่ม
ล่าสุด ต้วนหย่งผิง ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ Pop Mart หลังจากที่เขาเคยแสดงความเห็นว่าเป็นเพียงของเล่นในกระแส แต่เมื่อได้เห็นผลประกอบการที่รายได้โตขึ้นกว่า 184% และกำไรโตกว่า 293% เขาก็ศึกษาโมเดลธุรกิจอย่างจริงจังจนมั่นใจ
ปัจจุบันเขาถือหุ้น Pop Mart สูงถึง 7.65% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขาเชื่อมั่นในตัวของ หวังหนิง ผู้ก่อตั้ง Pop Mart อย่างมาก แม้ในระยะสั้นราคาหุ้นจะมีความผันผวน แต่หากมองจากประวัติศาสตร์การลงทุนของชายผู้นี้ที่เคยผ่านวิกฤตหุ้นตกต่ำมานับครั้งไม่ถ้วน นี่อาจเป็นเพียงจังหวะการสะสมหุ้นของนักลงทุนระดับตำนานที่มองการณ์ไกลมากกว่าใคร
หลักการลงทุนแบบต้วนหย่งผิง: ลงทุนในสิ่งที่เข้าใจและไม่กระจายพอร์ตจนเกินไป
หัวใจสำคัญของความสำเร็จของต้วนหย่งผิงคือการลงทุนในสิ่งที่ตนเองเข้าใจจริงๆ เขาไม่เชื่อเรื่องการกระจายความเสี่ยงแบบไร้ทิศทางเหมือนที่ใครหลายคนแนะนำ แต่เขามุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ตัวธุรกิจที่แข็งแกร่งและมองหาจังหวะที่ราคาถูกกว่ามูลค่าจริง ดังเช่นกรณีของ Apple ที่เขาเริ่มสะสมหุ้นมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่บัฟเฟตต์จะเริ่มเข้ามาลงทุนอย่างจริงจังเสียอีก
บทเรียนจาก ต้วนหย่งผิง สอนให้เรารู้ว่า การลงทุนไม่ใช่แค่การดูตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจในตัวบุคคล ความหลงใหลในธุรกิจ และการมีความอดทนรอคอยให้มูลค่าที่แท้จริงปรากฏออกมา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาณาจักรสมาร์ทโฟน หรือการลงทุนในหุ้นที่คนอื่นไม่กล้าแตะ เขายังคงพิสูจน์ให้เห็นเสมอว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากโชค แต่มาจากความมั่นใจและการตัดสินใจที่แม่นยำครับ
ที่มา : youtube channel ลงทุนแมน
