ก้าวข้ามขีดจำกัดขององค์กร ด้วยการปรับจูนบทบาทผู้นำ
การสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพสูงหรือ High Performance Teams ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือผลลัพธ์ของการออกแบบวัฒนธรรมองค์กรและการเข้าใจบทบาทของตนเองอย่างลึกซึ้ง หลายครั้งที่ผู้ประกอบการมักติดกับดักการเป็น Technician หรือผู้ปฏิบัติงานเสียเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ภายในตัวเรามี 3 บุคลิกภาพที่สำคัญ คือ Technician ผู้ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในปัจจุบัน Manager ผู้ที่บริหารจัดการทรัพยากรและกระบวนการ และ Leader ผู้ที่มองเห็นภาพอนาคตและวางทิศทางขององค์กร
เมื่อผู้นำติดกับดัก Technician
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการที่ผู้นำยังคงยึดติดกับการเป็น Technician ซึ่งมักจะแสดงออกผ่านการ Micro-manage หรือการจี้งานในทุกรายละเอียด การกระทำเช่นนี้ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อความเชื่อใจภายในทีม การที่คุณจ้างพนักงานเข้ามาแต่กลับไม่ไว้ใจในความสามารถของเขา คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าองค์กรกำลังขาดระบบการมอบหมายงานที่ดี แท้จริงแล้วพนักงานทุกคนต้องการอิสระในการทำงานและต้องการความมั่นใจจากผู้นำว่าพวกเขาสามารถเติบโตและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้
ปรับความเข้าใจเรื่อง ครอบครัว vs ทีม
คำกล่าวที่ว่า บริษัทคือครอบครัว อาจเป็นคำที่ฟังดูอบอุ่น แต่ในเชิงธุรกิจอาจเป็นกับดักที่ทำให้การบริหารงานยากลำบาก เพราะในครอบครัวเราไม่สามารถเลือกสมาชิกได้ แต่ในธุรกิจเราเป็นผู้คัดเลือกทีมงานเข้ามาเอง ดังนั้นการเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าเป็นครอบครัว มาเป็นการมองว่าเป็น ทีม ที่มีเป้าหมายร่วมกันจะช่วยให้การจัดการปัญหาเรื่องคนเป็นมืออาชีพมากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่คนใดคนหนึ่งไม่เหมาะกับทิศทางของทีม การตัดสินใจที่เด็ดขาดบนพื้นฐานของเหตุผลจะทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่เกิดความรู้สึกผิด
กลยุทธ์สร้างแรงจูงใจและวัฒนธรรมทีมที่เป็นเลิศ
แรงจูงใจของพนักงานไม่ได้เกิดจากเงินเพียงอย่างเดียว แม้ว่าค่าตอบแทนที่ยุติธรรมจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญ แต่สิ่งที่ขับเคลื่อนทีมให้ก้าวไปข้างหน้าคือ Mastery หรือโอกาสในการเก่งขึ้นในสิ่งที่ทำ และ Purpose หรือการเข้าใจว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่มีความหมายอย่างไร ผู้นำที่ดีต้องลงทุนกับการเทรนนิ่งและสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น
การให้ Feedback แบบสร้างสรรค์
การให้ Feedback คือทักษะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ผู้นำหลายคนมักติดนิสัยตำหนิสิ่งที่ผิดพลาดโดยไม่บอกวิธีการแก้ไข แต่การให้ Feedback ที่ดีคือการชี้ให้เห็นว่าอะไรที่ทำได้ดีแล้ว และจะต่อยอดอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น จากผลการวิจัยพบว่าการให้คำชมในสิ่งที่ทำได้ดีมีผลต่อการพัฒนาประสิทธิภาพมากกว่าการชี้จุดบกพร่องเพียงอย่างเดียวถึงหลายเท่าตัว
สร้าง Psychological Safety ในองค์กร
สภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงความคิดเห็นหรือยอมรับความผิดพลาด คือหัวใจสำคัญของนวัตกรรม หากพนักงานกลัวการถูกตำหนิ พวกเขาก็จะไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ และนั่นคือจุดจบของความคิดสร้างสรรค์ ผู้นำที่ชาญฉลาดจะเปิดรับฟังและกระตุ้นให้ทีมกล้าเสี่ยงอย่างมีระบบ ไม่ใช่การปล่อยให้ทำโดยไร้ทิศทาง
สรุปหัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำที่แท้จริง
การเป็นผู้นำไม่ใช่การยืนสั่งการอยู่ข้างบน แต่เป็นการสนับสนุนให้ทีมสามารถลงไปเล่นในสนามได้อย่างมั่นใจ ผู้นำที่ยอดเยี่ยมคือคนที่รู้ว่าเมื่อไรควรเป็นผู้เล่น และเมื่อไรควรเป็นโค้ชที่คอยชี้แนะจากข้างสนาม การลงทุนในคนและการสร้างระบบที่ทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้ คือหนทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจกลายเป็นองค์กรประสิทธิภาพสูงได้อย่างยั่งยืน
ที่มา : youtube channel FlowAccount
