จุดกำเนิดท่ามกลางพายุแห่งโชคชะตา
เรื่องราวของ นิโคลา เทสลา ไม่ได้เริ่มต้นในห้องทดลองที่หรูหรา แต่เริ่มต้นในคืนวันที่ 9-10 กรกฎาคม ค.ศ. 1856 ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงเหนือหมู่บ้านสมิลยาน ในภูมิภาคลิกา ซึ่งปัจจุบันคือประเทศโครเอเชีย ว่ากันว่าในขณะที่ฟ้าแลบวาบพาดผ่านท้องฟ้า นางผดุงครรภ์ถึงกับเอ่ยปากว่านี่คือลางบอกเหตุที่ไม่ดี แต่ผู้เป็นแม่กลับสวนกลับอย่างมั่นใจว่า เด็กคนนี้จะเป็นเด็กแห่งแสงสว่าง ซึ่งคำทำนายนี้ได้กลายเป็นความจริงที่ส่องสว่างไปทั่วโลกในเวลาต่อมา
เทสลาเติบโตมาในครอบครัวที่มีความแตกต่างทางความคิดอย่างสิ้นเชิง บิดาเป็นนักบวชที่เคร่งครัดและมีการศึกษาสูง มีห้องสมุดส่วนตัวที่น่าประทับใจ ในขณะที่มารดาแม้จะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่กลับมีความฉลาดเชิงปฏิบัติที่เหนือชั้น เธอสามารถประดิษฐ์เครื่องใช้ไม้สอยเพื่อทุ่นแรงในงานเกษตรกรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากจินตนาการนี้เองที่กลายเป็นมรดกทางพันธุกรรมที่ส่งต่อมาถึงนิโคลา
ชีวิตในวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่หล่อหลอมจิตใจ ตั้งแต่ความทรงจำเกี่ยวกับการสูญเสียพี่ชายไปจนถึงความไวต่อรายละเอียดทางประสาทสัมผัสที่รุนแรง เขาเกลียดการเห็นผู้หญิงใส่ไข่มุก หรือแม้กระทั่งการมีนิสัยที่แปลกประหลาดในการตีระฆังที่นำไปสู่เหตุการณ์อื้อฉาวในวัยเด็ก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความประหลาดของเด็กธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของอัจฉริยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความทุกข์ทรมานจากความละเอียดอ่อนของระบบประสาท
จากจินตนาการสู่ภาพวาดบนผืนทราย
ในช่วงวัยรุ่น เทสลาเริ่มแสดงความสามารถในการมองเห็นภาพวัตถุและกลไกต่างๆ ในพื้นที่ทางจิตแบบสามมิติ เขาสามารถหมุน ประกอบ และแก้ไขชิ้นส่วนเครื่องจักรได้โดยไม่ต้องพึ่งพากระดาษวาดเขียน ความสามารถพิเศษนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาออกแบบเครื่องยนต์ทั้งหมดได้ในหัวก่อนที่จะลงมือสร้างจริง ซึ่งเป็นทักษะที่วิศวกรในยุคนั้นทำได้ยากยิ่ง
เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของเขาเกิดขึ้นในบูดาเปสต์ เมื่อเขากำลังเดินเล่นกับเพื่อนในสวนสาธารณะ ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก เทสลาเกิดอาการนิ่งค้างและเริ่มวาดภาพลงบนพื้นทราย สิ่งที่เขาถ่ายทอดออกมาคือแผนภาพของมอเตอร์เหนี่ยวนำที่ทำงานด้วยกระแสสลับ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เขาเคยถูกศาสตราจารย์ในวิทยาลัยหัวเราะเยาะว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ในวินาทีนั้น เขาสามารถแก้โจทย์ที่ติดค้างในใจมานานหลายปีได้อย่างสมบูรณ์
สงครามแห่งกระแสไฟฟ้า: เทสลา ปะทะ เอดิสัน
เมื่อเดินทางถึงนิวยอร์ก เทสลาได้เข้าทำงานกับ โทมัส เอดิสัน พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของความสำเร็จเชิงพาณิชย์ในยุคนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เพราะพวกเขาพูดกันคนละภาษา เอดิสันเชื่อในการลองผิดลองถูกแบบ 99% เหงื่อ และ 1% แรงบันดาลใจ ในขณะที่เทสลาเชื่อในตรรกะและการวิเคราะห์ก่อนลงมือทำ
จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อเอดิสันปฏิเสธที่จะจ่ายรางวัลตามสัญญา 50,000 ดอลลาร์ หลังจากเทสลาช่วยแก้ปัญหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้เขาจนสำเร็จ โดยอ้างว่าเป็นเพียงมุกตลกสไตล์อเมริกัน สิ่งนี้ตอกย้ำให้เทสลาเห็นว่า เขาไม่สามารถทำงานภายใต้กรอบความคิดของคนอื่นได้อีกต่อไป เขาจึงลาออกและเริ่มต้นเส้นทางของตัวเองด้วยความยากลำบาก ถึงขนาดต้องขุดสนามเพลาะในแมนฮัตตันเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ชัยชนะที่ไนแอการาและโครงการวาร์เดนคลิฟฟ์
ชื่อเสียงของเทสลาเริ่มกลับมาโด่งดังเมื่อเขาได้รับชัยชนะในการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่น้ำตกไนแอการา ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่ากระแสสลับของเขาสามารถส่งพลังงานไปได้ไกลและมีประสิทธิภาพกว่ากระแสตรงของเอดิสันอย่างมหาศาล เขาไม่ได้มองว่านี่คือจุดสูงสุดของชีวิต แต่เป็นเพียงก้าวหนึ่งของโครงการที่ใหญ่กว่า นั่นคือการสื่อสารและการส่งพลังงานแบบไร้สายทั่วโลก
เขาจึงทุ่มเงินทุนทั้งหมดที่มีรวมถึงเงินกู้จาก จอห์น เพียร์พอนต์ มอร์แกน เพื่อสร้างหอคอยวาร์เดนคลิฟฟ์ (Wardenclyffe Tower) บนลองไอส์แลนด์ หอคอยนี้ไม่ใช่แค่เสาส่งสัญญาณ แต่เป็นความพยายามที่จะใช้โลกเป็นตัวนำไฟฟ้าเพื่อส่งพลังงานสะอาดไปสู่คนทั้งโลกโดยไม่ต้องใช้สายเคเบิล แต่โชคร้ายที่ความสำเร็จของ มาร์โคนี ในการส่งสัญญาณวิทยุข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้นักลงทุนถอนตัว และโครงการที่ยิ่งใหญ่นี้ต้องพังทลายลง
บทสรุปชีวิตอัจฉริยะที่ถูกลืม
ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต เทสลาใช้เวลาอย่างโดดเดี่ยวในโรงแรม นิวยอร์กเกอร์ โดยมีเพื่อนสนิทเพียงกลุ่มเดียวคือนกพิราบในเซ็นทรัลพาร์ค เขาใช้เวลาไปกับการคำนวณในสมุดบันทึกและการให้อาหารนก แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีหรือได้รับรางวัลโนเบลตามที่ควรจะเป็น แต่เขาก็ทิ้งมรดกทางเทคโนโลยีที่โลกทุกวันนี้ขาดไม่ได้ ตั้งแต่มอเตอร์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงหลักการของวิทยุและระบบสื่อสารไร้สาย
เมื่อเขาจากไปในวัย 86 ปี รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รีบเข้ามาจัดการยึดเอกสารและสมุดบันทึกของเขาไปทั้งหมด ทิ้งไว้เพียงคำถามมากมายที่กลายเป็นทฤษฎีสมคบคิดในเวลาต่อมา แม้ว่าในที่สุดหน่วยงานจะสรุปว่าเอกสารเหล่านั้นไม่มีต้นแบบของอาวุธร้ายแรงตามที่ร่ำลือ แต่นั่นก็ไม่ได้ลดทอนคุณค่าของชายผู้ที่ใช้ชีวิตล้ำหน้ากาลเวลาไปกว่าหนึ่งศตวรรษอย่าง นิโคลา เทสลา เลยแม้แต่น้อย
ที่มา : youtube channel Étienne Beaumont
