ก้าวเข้าสู่โลกแห่งประวัติศาสตร์เกาหลี
หลายคนมักจะคุ้นเคยกับเกาหลีผ่านซีรีส์ย้อนยุคที่เต็มไปด้วยเรื่องราวการชิงอำนาจในราชสำนัก แต่เมื่อต้องทำความเข้าใจไทม์ไลน์ที่แท้จริงกลับกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและน่าสับสน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์จีนที่มีบันทึกชัดเจนกว่า บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปสำรวจประวัติศาสตร์เกาหลีตลอด 4,000 ปี เพื่อให้เห็นภาพรวมของจุดเริ่มต้น การล่มสลาย และการก่อกำเนิดอาณาจักรต่างๆ ที่หล่อหลอมให้เกาหลีเป็นอย่างทุกวันนี้
ประวัติศาสตร์เกาหลีไม่ได้เริ่มต้นเมื่อ 4,000 ปีที่แล้วเท่านั้น อันที่จริงมีหลักฐานว่าผู้คนตั้งถิ่นฐานในคาบสมุทรเกาหลีมานานกว่า 700,000 ปี แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการรวมกลุ่มของชนเผ่าจนสถาปนาเป็นอาณาจักรแรกขึ้นมา ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่นักประวัติศาสตร์ให้การยอมรับ
จุดเริ่มต้นอาณาจักรโกโชซอน
อาณาจักรแรกของเกาหลีมีชื่อว่า โกโชซอน หรือ โชซอนโบราณ ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 2,333 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยมีพระเจ้าทันกุนเป็นกษัตริย์องค์แรก เรื่องราวในยุคนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นตำนาน เนื่องจากยังไม่มีการบันทึกตัวอักษรอย่างเป็นทางการในสมัยนั้น แต่เราได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ผ่านบันทึกของเพื่อนบ้านอย่างจีนที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์และทำสงครามด้วยบ่อยครั้ง
ในยุคนั้น โกโชซอนพยายามรักษาเอกราชท่ามกลางการแผ่ขยายอำนาจของจีน โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์ฮั่นที่มองว่าชนเผ่ารอบข้างคือภัยคุกคาม โกโชซอนจึงต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการผูกมิตรกับชนเผ่าซงหนู ซึ่งเป็นศัตรูของจีนในขณะนั้น สุดท้ายความพยายามดังกล่าวกลับกลายเป็นชนวนเหตุให้ราชวงศ์ฮั่นยกทัพมาปราบจนโกโชซอนล่มสลายลงในปี 108 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ยุคสามอาณาจักรและการก่อกำเนิดรัฐใหม่
เมื่อโกโชซอนล่มสลาย ผู้คนบางส่วนอพยพลงใต้และแตกออกเป็นกลุ่มย่อยที่เรียกว่า สามอาณาจักรเดิม คือ จินฮัน มาฮัน และพยอนฮัน ซึ่งถือเป็นรากฐานของพัฒนาการทางการเมืองในเวลาต่อมา ในขณะที่ทางตอนเหนือ ชนเผ่าที่เหลือรอดได้รวมตัวกันตั้งอาณาจักรภูยอ และต่อมากลายเป็นอาณาจักรโคกูรยอภายใต้การนำของจูมง ผู้เป็นตำนานนักธนูที่สามารถรวบรวมแผ่นดินและไล่กองทัพจีนออกไปได้สำเร็จ
ในฝั่งใต้ของคาบสมุทร การชิงอำนาจระหว่าง แพ็คเจ ชิลลา และโคกูรยอ กลายเป็นยุคที่นองเลือดที่สุด เพราะทั้งสามอาณาจักรต่างแข่งกันเป็นใหญ่ ชิลลาซึ่งมีความแข็งแกร่งทางการทหารได้ตัดสินใจจับมือกับราชวงศ์ถังของจีนเพื่อเอาชนะคู่แข่งอย่างแพ็คเจและโคกูรยอ จนสามารถรวบรวมแผ่นดินเกาหลีได้เป็นครั้งแรกภายใต้การปกครองของชิลลา
ยุคโครยอและที่มาของชื่อเกาหลี
หลังจากความวุ่นวายภายในของชิลลาและการสถาปนาอาณาจักรโครยอขึ้นมาแทนที่ ชื่อของโครยอนี่เองที่เป็นรากฐานของคำว่า โคเรีย หรือเกาหลีในปัจจุบัน ยุคโครยอเป็นยุคที่มีการนำระบบการปกครองของจีนมาประยุกต์ใช้มากขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากมองโกลที่กำลังขยายอำนาจไปทั่วโลกในเวลานั้น
โครยอต้องตกอยู่ใต้อำนาจของราชวงศ์หยวนของมองโกลเป็นเวลากว่า 80 ปี ก่อนที่จะเริ่มเสื่อมอำนาจลงเนื่องจากปัญหาการเมืองภายในและการเปลี่ยนแปลงอำนาจในจีนไปสู่ราชวงศ์หมิง นำไปสู่การรัฐประหารและการกำเนิดราชวงศ์ใหม่ที่สืบทอดมายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี
ราชวงศ์โชซอน: ยุคแห่งอิทธิพลวัฒนธรรม
ราชวงศ์โชซอนปกครองเกาหลีมายาวนานกว่า 500 ปี เป็นยุคที่ได้รับการหยิบยกมาทำเป็นซีรีส์มากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการวางรากฐานวัฒนธรรม ศิลปะ และแนวคิดขงจื๊อจากจีนอย่างเข้มข้น โชซอนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับจีนเป็นหลัก แต่ก็ต้องเผชิญกับการรุกรานจากญี่ปุ่นที่ต้องการใช้เกาหลีเป็นทางผ่านเพื่อไปตีจีน
แม้จะผ่านวิกฤตสงครามมาได้ แต่ราชวงศ์โชซอนก็เข้าสู่ภาวะปิดประเทศเพื่อป้องกันตนเอง อย่างไรก็ตามในช่วงศตวรรษที่ 19 มหาอำนาจตะวันตกและญี่ปุ่นเริ่มกดดันให้เกาหลีเปิดประเทศ สุดท้ายหลังจากสงครามจีน-ญี่ปุ่น เกาหลีก็ต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงำของญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นยุคมืดที่ชาวเกาหลีถูกลิดรอนอิสรภาพและถูกกดขี่อย่างรุนแรง
การแบ่งแยกและก้าวสู่ยุคปัจจุบัน
หลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เกาหลีได้รับอิสรภาพ แต่กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์สงครามเย็นที่ทำให้ประเทศถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและโซเวียต นำไปสู่สงครามเกาหลีและการแบ่งแยกประเทศที่ยังคงทิ้งร่องรอยมาจนถึงปัจจุบัน
เกาหลีใต้ใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง ผ่านความล้มลุกคลุกคลานจากการรัฐประหารและเผด็จการ จนกระทั่งการลุกฮือของประชาชนในปี 1988 ได้เปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคง ทำให้เกาหลีใต้เติบโตขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
ที่มา : youtube channel Point of View
