ไทยผงาดขึ้นแท่นศูนย์กลางการลงทุนอาเซียน
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดใจนักลงทุนระดับโลกอย่างมหาศาล โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศพุ่งสูงถึง 1.47 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่แซงหน้าคู่แข่งคนสำคัญอย่างเวียดนามไปได้อย่างสวยงาม ความเชื่อมั่นนี้สะท้อนผ่านการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์เทรนด์โลกอย่างเต็มตัว
อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ตัวขับเคลื่อนหลัก
หัวใจสำคัญของการเติบโตครั้งนี้คือกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1.11 ล้านล้านบาท ตามด้วยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในกลุ่ม Data Center, Cloud Computing และ AI ซึ่งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google, Microsoft และ Amazon Web Services ต่างตบเท้าเข้ามาขยายโครงสร้างพื้นฐานในไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีในภูมิภาค
กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
แม้พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกจะเป็นฐานการผลิตหลัก แต่ที่น่าจับตามองคือภาคเหนือที่มีอัตราการเติบโตของเงินลงทุนสูงถึง 93% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังสาขาที่มีศักยภาพ เช่น พลังงานสะอาด สาธารณูปโภค การแปรรูปอาหาร และการแพทย์
ผลประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับ
BOI ได้วางกลยุทธ์ที่ไม่เพียงแค่มุ่งเน้นตัวเลขเงินลงทุน แต่ยังเน้นการสร้างงานที่มีคุณภาพกว่า 82,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผ่านการใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่ากว่า 386,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
รับมือความท้าทายจากมาตรการภาษีสหรัฐ
ท่ามกลางความสำเร็จ ยังมีโจทย์สำคัญเรื่องมาตรการภาษีตามมาตรา 301 ของสหรัฐที่ไทยต้องเร่งเจรจา โดยรัฐบาลยืนยันว่ามีความพร้อมรับมือและพยายามหาข้อตกลงที่สมดุลที่สุด เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าในฐานะหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการเยียวยาและสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป
ที่มา : youtube channel TNN
