เข้าใจความเชื่อผิดเรื่องไขมันดีและไขมันเลว
หลายคนมักมีความเชื่อว่า การกินไขมันดีเพิ่มเข้าไปจะช่วยกำจัดไขมันเลวในร่างกายได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกินไขมันดีจะส่งผลดีต่อระดับไขมันในเลือดก็ต่อเมื่อคุณเลือกทานไขมันดีเพื่อทดแทนไขมันที่ไม่ดี ไม่ใช่การกินไขมันดีเพิ่มเข้าไปในปริมาณอาหารปกติที่ทานอยู่แล้ว ไขมันทุกชนิดไม่ว่าจะดีหรือเลว 1 กรัมให้พลังงานสูงถึง 9 กิโลแคลอรี การทานน้ำมันมะกอกหรืออะโวคาโดโดยไม่คำนึงถึงพลังงานรวมที่ได้รับในแต่ละวัน อาจนำไปสู่ภาวะแคลอรีเกิน ซึ่งส่งผลให้ระดับไขมันในเลือดไม่ลดลงตามที่คาดหวัง
คอเลสเตอรอลในอาหาร: สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด
เรามักถูกแนะนำให้เลี่ยงไข่แดงหรืออาหารทะเลเพราะกลัวคอเลสเตอรอลสูง แต่ในความเป็นจริง ร่างกายมนุษย์สามารถสร้างคอเลสเตอรอลเองได้ถึง 70-80% จากตับ ส่วนคอเลสเตอรอลที่ได้รับจากอาหารเป็นเพียงสัดส่วนน้อยนิด การที่ร่างกายจะมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงนั้น มักเกิดจากกระบวนการผลิตและจัดเก็บของตับมากกว่าอาหารที่ทานเข้าไป สิ่งที่น่ากังวลและควรหลีกเลี่ยงมากกว่าคือ ไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ตับทำงานบกพร่องในการดึงคอเลสเตอรอลออกจากกระแสเลือด
ความแตกต่างระหว่าง LDL และไตรกลีเซอไรด์
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราสามารถเปรียบเทียบไขมันในกระแสเลือดเป็นยานพาหนะบนถนน หากหลอดเลือดของเรามีรอยแผลจากการอักเสบหรือภาวะดื้ออินซูลิน ไขมัน LDL ที่มีขนาดเล็กเปรียบเสมือนรถกระบะที่สามารถติดหล่มในแผลเหล่านั้นได้ง่ายกว่ารถสิบล้อที่บรรทุกไตรกลีเซอไรด์ การลดระดับ LDL จึงเป็นการลดความเสี่ยงที่ไขมันจะไปพอกตัวจนเกิดการอุดตัน ในขณะที่ไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินไป มักเป็นสัญญาณของการทานน้ำตาลและแป้งเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือด การลดน้ำหนักและลดการทานแป้งน้ำตาลจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด
บทบาทของ EPA ในการดูแลหัวใจ
โอเมก้า 3 โดยเฉพาะสารอาหารกลุ่ม EPA มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด EPA จะเข้าไปแข่งขันกับโอเมก้า 6 ในโครงสร้างหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น สามารถรับแรงกระแทกจากความดันเลือดได้ดี ลดโอกาสการเกิดรอยแตกหรือแผลในหลอดเลือด หากคุณเลือกซื้ออาหารเสริมโอเมก้า 3 ควรพลิกดูฉลากให้แน่ใจว่าได้รับปริมาณ EPA ที่สูงพอ ไม่ใช่แค่เพียงปริมาณโอเมก้า 3 รวมเพียงอย่างเดียว
สรุปแนวทางการกินไขมันให้สุขภาพดี
การดูแลสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจให้มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มจากการคุมไขมันอิ่มตัวให้ไม่เกิน 10% ของพลังงานต่อวัน เลือกกินไขมันดีจากปลาทะเล ถั่วเปลือกแข็ง และอะโวคาโดแทนที่ไขมันอิ่มตัว และหมั่นตรวจระดับไขมันในเลือดเป็นประจำ หากคุณควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดแล้วค่าไขมันยังสูงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กพันธุกรรม เพราะในบางกรณีร่างกายอาจมีความผิดปกติในการผลิตคอเลสเตอรอลที่ต้องอาศัยการรักษาทางการแพทย์ร่วมด้วย
ที่มา : youtube channel THE STANDARD PODCAST
