ตำนานแอปเปิ้ลกับความจริงที่มากกว่าเรื่องเล่า
หลายคนคงคุ้นชินกับภาพจำของ เซอร์ไอแซค นิวตัน ชายผมขาวหยิกนั่งอยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ลแล้วถูกผลแอปเปิ้ลตกใส่หัวจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการค้นพบกฎแรงโน้มถ่วง แต่ในความเป็นจริงเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบนิยายชวนฝัน ในปี 1665 ขณะที่นิวตันยังเป็นเพียงนักศึกษาหนุ่มวัย 22-23 ปีที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เกิดเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ทำให้มหาวิทยาลัยต้องปิดตัวลง นิวตันจึงต้องกลับไปกักตัวอยู่ที่บ้านเกิดในชนบท
ในความว่างเปล่านั้นเอง นิวตันไม่ได้นั่งรอแอปเปิ้ลตกใส่หัว แต่เขานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างและเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติ เมื่อเห็นแอปเปิ้ลตกลงสู่พื้น เขาไม่ได้มองผ่านไปเฉยๆ เหมือนคนทั่วไป แต่เขาตั้งคำถามที่ลึกซึ้งว่า ทำไมวัตถุถึงตกลงมาเป็นเส้นตรงสู่พื้นโลก ทำไมไม่โค้งหรือลอยขึ้นไป คำถามง่ายๆ นี้เองที่นำไปสู่การค้นพบทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกวิทยาศาสตร์ นั่นคือกฎการเคลื่อนที่และกฎความโน้มถ่วงสากล
กฎแห่งการเคลื่อนที่และแรงโน้มถ่วงสากล
นิวตันได้วางรากฐานฟิสิกส์ผ่านกฎการเคลื่อนที่ 3 ข้อ ได้แก่ กฎแห่งความเฉื่อย วัตถุที่หยุดนิ่งจะหยุดนิ่งต่อไป เว้นแต่จะมีแรงมากระทำ และวัตถุที่เคลื่อนที่จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ในทิศทางเดิม ต่อมาคือกฎของแรง F=ma ซึ่งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรง มวล และความเร่ง และข้อสุดท้ายคือกฎของแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา ที่ระบุว่าทุกแรงกระทำจะมีแรงโต้ตอบกลับมาในปริมาณที่เท่ากันแต่ทิศทางตรงกันข้าม
สิ่งที่นิวตันค้นพบไม่ใช่การมีอยู่ของแรงโน้มถ่วง เพราะมนุษย์รับรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่สิ่งที่เขาค้นพบคือแรงโน้มถ่วงสากล เขาพิสูจน์ได้ว่าแรงที่ดึงแอปเปิ้ลให้ตกลงสู่พื้น คือแรงเดียวกับที่โลกใช้ดึงดวงจันทร์ให้โคจรอยู่รอบโลก ซึ่งเป็นแรงเดียวกันกับที่ดวงอาทิตย์ใช้ดึงดูดดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะ เขาอธิบายสิ่งนี้ด้วยสูตร F=GmM/r^2 ซึ่งเป็นรากฐานของการคำนวณทางฟิสิกส์จนถึงปัจจุบัน
วิกฤตการเงินกับการตีพิมพ์หนังสือเปลี่ยนโลก
แม้นิวตันจะอัจฉริยะเพียงใด แต่ความรู้เหล่านี้เกือบจะสูญหายไปหากไม่มีการตีพิมพ์หนังสือที่ชื่อว่า Philosophiae Naturalis Principia Mathematica หรือ Principia ในช่วงเวลาที่เขาต้องการตีพิมพ์ นิวตันประสบปัญหาเรื่องทุนสนับสนุนจาก Royal Society of London ซึ่งในขณะนั้นหน่วยงานประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจากการตัดสินใจพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับปลาที่มีต้นทุนสูงและได้รับความสนใจน้อย
โชคดีที่ เอดมันด์ ฮัลเลย์ เพื่อนนักวิทยาศาสตร์ผู้เล็งเห็นคุณค่าของงานวิจัยนี้ ได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยการควักเงินส่วนตัวเพื่อเป็นทุนตีพิมพ์และเสนอตัวเป็นบรรณาธิการตรวจทานความถูกต้องให้ หากไม่มีเหตุการณ์นี้ หนังสือเล่มนี้อาจไม่ได้เผยแพร่ และวิวัฒนาการทางอุตสาหกรรม เทคโนโลยี รวมถึงการสำรวจอวกาศของเราอาจล่าช้าออกไปหลายสิบปี
ความสำคัญของกองทุนวิจัยในปัจจุบัน
เรื่องราวของนิวตันย้ำเตือนว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมต้องมาคู่กับโอกาสและเงินทุนสนับสนุน ในประเทศไทยเรามีกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ภายใต้การดูแลของ กสทช. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสานต่อไอเดียดีๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรม
กองทุนนี้เปิดกว้างสำหรับหน่วยงานและบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา AI วินิจฉัยโรคเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล การพัฒนาระบบสื่อสารสำหรับผู้พิการ หรือโครงการ Telemedicine การสนับสนุนเหล่านี้คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนคลื่นความถี่และเทคโนโลยีให้กลายเป็นสังคมแห่งความเท่าเทียมและก้าวหน้า ไม่แน่ว่านวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโลกในอนาคตอาจเริ่มต้นจากการได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานเหล่านี้ก็ได้
ที่มา : youtube channel Point of View
