จุดสูงสุดของชีวิตที่ใช้เงินแบบไม่จำกัด
ในยุคที่การทำงานพิธีกรและงานเบื้องหลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด ผมมีรายได้จากการรับจ้างทำงานเพียงอย่างเดียวตกเดือนละประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ เดือน ในช่วงเวลานั้นผมใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีโดยไม่มีใครมากำหนดกรอบหรือขีดจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น ผมมองว่าเมื่อเราหาเงินได้มาก การใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการในขณะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิด ทั้งเรื่องการบินไปต่างประเทศเพื่อตัดสูทหรูหรา การช้อปปิ้งแบรนด์เนมอย่างบ้าคลั่ง หรือการเดินทางท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความสุขในแบบของคนหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ
จากความหลงใหลสู่การลงทุนในธุรกิจเฟสติวัล
เมื่อเวลาผ่านไป ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะกับรถสปอร์ตหรือนาฬิกาหรูที่ซื้อมาแล้วกลับไม่ได้ใช้งานจริง ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิดจากการช้อปปิ้งมาเป็นการนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจแทน โดยหนึ่งในโครงการที่ทุ่มเทอย่างหนักคือการจัดงานเฟสติวัลขนาดใหญ่ ผมเช่าที่ดินกว่า 200 ไร่ ปรับพื้นที่ปูหญ้าใหม่ ติดตั้งระบบสปริงเกอร์และระบบไฟฟ้า เพื่อเนรมิตให้กลายเป็นสนามจัดงานระดับมาตรฐานกอล์ฟ แม้ในช่วงแรกจะขาดทุนและต้องนำเงินจากรายได้ทางอื่นมาอุดหนุน แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและได้รับความเชื่อมั่นจากสปอนเซอร์ รวมถึงการได้ดีลกับศิลปินระดับโลกจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา อังกฤษ หรือออสเตรเลีย ความสำเร็จที่พุ่งทะยานทำให้ผมยิ่งทุ่มเทและลงทุนกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ
วิกฤตโควิดและจุดเปลี่ยนที่ต้องขายทุกอย่าง
ทุกอย่างที่สร้างมาอย่างยาวนานต้องหยุดชะงักลงเมื่อเผชิญกับวิกฤตโควิด 19 ซึ่งส่งผลให้รายได้หดหายไปในทันทีในช่วงแรกผมยังไม่รู้สึกเครียดมากนักเพราะมัวแต่โฟกัสกับการไปเรียนทำขนมและวางแผนจะบินไปอิตาลี แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่สองที่รายได้เป็นศูนย์ ความเป็นจริงก็ปรากฏชัดเจน ผมต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์จากที่เคยบินเฟิสต์คลาสหรือบิสซิเนสคลาสมาเป็นการบินชั้นประหยัดและใช้สายการบินราคาประหยัดแทน ในที่สุดผมต้องตัดสินใจขายทุกอย่างที่สะสมมา ไม่ว่าจะเป็นคอลเลกชันเสื้อผ้าและรองเท้าแบรนด์เนมที่มีนับร้อยชิ้น หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ต่างๆ ในสนามจัดงาน ทั้งรั้ว เสาไฟ และหินคลุก เพื่อรวบรวมเงินทุนก้อนสุดท้ายสำหรับการก้าวต่อไปในชีวิต
บทเรียนล้ำค่าจากการล้มและลุก
การตัดสินใจขายทุกอย่างในวันที่ยากลำบากไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงทรัพย์สินที่สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสใหม่ได้ การเดินทางไปเรียนต่อที่อิตาลีด้วยเงินที่ได้จากการขายอุปกรณ์ที่เหลืออยู่ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าชีวิตคนเราย่อมมีช่วงขาขึ้นและขาลง สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การยึดติดกับสิ่งที่สูญเสียไป แต่คือความสามารถในการปรับตัวและการมองหาหนทางที่จะนำพาชีวิตให้ไปข้างหน้า แม้จะผ่านประสบการณ์ที่หนักหนา แต่ผมก็ได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จที่แท้จริงคือการรู้เท่าทันตัวเองและการวางแผนชีวิตอย่างรอบคอบนั่นเอง
ที่มา : youtube channel CHANGE2561
